สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ - ๔๔ - สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ถ้ำกำรชันสูตรพลิกศพยังไม่เสร็จ ห้ำมมิให้ฟ้องผู้ต้องหำยังศำล ลักษณะ ๒ กำรสอบสวน หมวด ๑ กำรสอบสวนสำมัญ มำตรำ ๑๓๐ ให้เริ่ม ำรสอบสวนโดยมิชักช้ำ จะทำกำรในที่ใด เวลำใด แล้วแต่จะ เห็นสมควร โดยผู้ต้องหำไม่จำต้องอยู่ด้วย มำตรำ ๑๓๑ ๗๓ ให้พนักงำนสอบสวนรวบรวมหลักฐำนทุกชนิด เท่ำที่สำมำรถจะทำ ได้ เพื่อประสงค์จะทรำบข้อเท็จจริงและพฤติกำรณ์ต่ำง ๆ อันเกี่ยวกับควำมผิดที่ถูกกล่ำวหำ เพื่อจะ รู้ตัวผู้กระทำผิดและพิสูจน์ให้เห็นควำมผิดหรือควำมบริสุทธิ์ของผู้ต้องหำ มำตรำ ๑๓๑/๑ ๗๔ ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้พยำนหลักฐำนทำงวิทยำศำสตร์ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงตำมมำตรำ ๑๓๑ ให้พนักงำนสอบสวนมีอำนำจให้ทำกำรตรวจพิสูจน์บุคคล วัตถุ หรือเอกส ใด ๆ โดยวิธีกำรทำงวิทยำศ สตร์ได้ ในกรณีควำมผิดอำญำที่มีอัตรำโทษจำคุกอย่ำงสูงเกินสำมปี หำกกำรตรวจพิสูจน์ ตำมวรรคหนึ่ง จำเป็นต้องตรวจเก็บตัวอย่ำงเลือด เนื้อเยื่อ ผิวหนัง เส้นผมหรือขน น้ำลำย ปัสสำวะ อุจจำระ สำรคัดหลั่ง สำรพันธุกรรมหรือส่วนประกอบของร่ำงกำยจำกผู้ต้องหำ ผู้เสียหำยหรือบุคคลที่ เกี่ยวข้อง ให้พนักงำนสอบสวนผู้รับผิดชอบมีอำนำจให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชำญดำเนินกำรตรวจดังกล่ำว ได้ แต่ต้องกระทำเพียงเท่ำที่จำเป็นและสมควรโดยใช้วิธีกำรที่ก่อให้เกิดควำมเจ็บปวดน้อยที่สุดเท่ำที่ จะกระทำได้ ทั้งจะต้องไม่เป็นอันตรำยต่อร่ำงกำยหรืออนำมัยของบุคคลนั้น และผู้ต้องหำ ผู้เสียหำย หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องให้ควำมยินยอม หำกผู้ต้องหำหรือผู้เสียหำยไม่ยินยอมโดยไม่มีเหตุอัน สมควรหรือผู้ต้องหำหรือผู้เสียหำยกระทำกำรป้องปัดขัดขวำงมิให้บุคคลที่เกี่ยวข้องให้ควำมยินยอม โดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สันนิษฐำนไว้เบื้องต้นว่ำข้อเท็จจริงเป็นไปตำมผลกำรตรวจพิสูจน์ที่หำกได้ ตรวจพิสูจน์แล้วจะเป็นผลเสียต่อผู้ต้องหำหรือผู้เสียหำยนั้น แล้วแต่กรณี ค่ำใช้จ่ ยในกำรตรวจพิสูจน์ตำมมำตรำนี้ ให้สั่งจ่ ยจำกงบประมำณตำมระเบียบที่ สำนักงำนตำรวจแห่งชำติ กระทรวงมหำดไทย กระทรวงยุติธรรม หรือสำนั กงำนอัยกำรสูงสุด แล้วแต่กรณี กำหนดโดยได้รับควำมเห็นชอบจำกกระทรวงกำรคลัง ๗๓ มำตรำ ๑๓๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำ ควำมอำญำ (ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๗๔ มำตรำ ๑๓๑/๑ เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมำ ยวิธีพิจำรณำ ควำมอำญำ (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๑

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3