แนวคิดและหลักการสำคัญในกระบวนการยุติธรรม
142 11.3 บทบาทในการใช้มาตรการบังคับทางอาญา เพื่อการทราบความจริงของการก่ออาชญากรรมและการกระทำผิด พนักงานสอบสวนจะเป็น ผู้มีบทบาทในการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเท่าที่สามารถจะทำได้ เพื่อทราบ ข้อเท็จจริงของพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับความผิด เพื่อที่จะรู้ตัวผู้กระทำผิดและพิสูจน์ให้เห็นถึง ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131 จึงมีอำนาจในการใช้ดุลพินิจในการนำมาตรการบังคับในทางอาญามาใช้ เพื่อเป็นเครื่องมือในการ ค้นหาความจริง เช่น มีอำนาจในการจับกุมหรือควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ไม่เกิน 48 ชั่วโมง มีอำนาจจะ นำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังยังศาลในกรณีมีเหตุจำเป็น การออกหมายเรียกตัวบุคคลเพื่อมาให้คำให้การ นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังมีอำนาจในการค้นตัวผู้เสียหายหรือค้นเพื่อพบสิ่งของที่มีไว้เป็น ความผิดภายใต้การอนุญาตการออกหมายค้นโดยศาล เพื่อตรวจหรือทำการยึดหรืออายัดสิ่งที่พบ หาก เป็นสิ่งของได้มาโดยการกระทำความผิด สงสัยว่าได้ใช้เพื่อกระทำความผิด เป็นต้น โดยจะเห็นได้ว่า อำนาจในการใช้มาตรการบังคับนั้น มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการค้นหาพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ แต่ ก็ส่งผลกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างหลีกเลียงไม่ได้เช่นกัน โดยหลักแล้วมาตรการ บังคับทางอาญาจึงต้องนำมาใช้ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น มิใช่เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้า พนักงาน การใช้ดุลพินิจที่ถูกต้องเหมาะสมภายใต้การตรวจสอบควบคุมการใช้จึงเป็นสิ่งจำเป็น 11.4 บทบาทในการรวบรวมพยานหลักฐานและวางรูปคดี เมื่อทราบว่ามีการกระทำความผิดอาญา ก็จะทำให้เกิดการดำเนินการในการสอบสวนเพื่อจะ ไขความกระจ่างในข้อสงสัยเกี่ยวกับความจริงของเรื่องที่เกิดโดยพลัน ผ่านการรวบรวมข้อมูลจากการ ค้นหาความจริง โดยที่ดุลพินิจในการรวบรวมพยานหลักฐานใดไว้ในสำนวนหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจ ของพนักงานสอบสวนตามที่เห็นสมควร ตาม 249 “…ปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของ จำเลย ข้อต่อไปว่า การสอบสวนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า พนักงานสอบสวนไม่ได้ สอบสวนตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ว่าอีเมลตามเอกสารหมายจำเลยที่ 1 ไม่ได้หมายถึงผู้เสียหาย และ ไม่ได้สอบสวนว่า ข้อมูลที่จำเลยอ้างเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นเท็จนั้นมีความจริงประการใดนั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131 ถึงมาตรา 134 การสอบสวนคดี เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะสืบหาพยานหลักฐานมาประกอบในการดำเนินคดีตามที่ ได้รับแจ้ง และเป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนที่จะเรียกบุคคลใดมาเป็นพยานหรือหมายเรียก เอกสารที่เกี่ยวข้องมาเป็นพยาน การที่พันตำรวจ โท ไชยาจิตต์ จันทะเสน พนักงานสอบสวน สอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานแล้วมีความเห็นควรสั่งฟ้องจำเลยในข้อหาตามที่แจ้งข้อ 249 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3334/2558
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3