แนวคิดและหลักการสำคัญในกระบวนการยุติธรรม
143 กล่าวหาเนื่องจากผู้เสียหายยืนยันว่าบุคคลที่ระบุไว้ในอีเมลเข้าใจได้ว่าเป็นผู้เสียหายดังคำเบิกความ ของพันตำรวจโท ไชยาจิตต์ โดยไม่ได้สืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานอื่นอีกดังที่จำเลยฎีกา จึงเป็น ดุลพินิจของพันตำรวจโท ไชยาจิตต์ พนักงานสอบสวน การสอบสวนคดีนี้จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว…” “…แม้การรวบรวมหลักฐานจะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 131 แต่พนักงานสอบสวนจะรวบรวมหลักฐานใดบ้าง อย่างไร เป็นอำนาจของ พนักงานสอบสวนที่จะพิจารณาและใช้ดุลพินิจดำเนินการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้คดีแจ่มกระจ่าง ขึ้น จนสามารถพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้เท่านั้น…” 250 เนื่องจากหากบังคับให้ต้องรวบรวม พยานหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง เช่น เหตุเกิดในที่รโหฐานและมีผู้เห็นเหตุการณ์หลายร้อยคน ย่อม สุดวิสัยจะดำเนินการได้ แต่ดุลพินิจในการรวบรวมพยานหลักฐานก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากในคดี เพราะ หากขั้นตอนนี้ทำได้ไม่ดีไม่มีประสิทธิภาพ ย่อมส่งผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือและข้อผิดพลาดของ ข้อเท็จจริงได้เช่นกัน อำนาจในการใช้ดุลพินิจดังกล่าวจึงเปรียบดั่งหางเสือซึ่งกำหนดทิศทางของการ สอบสวน และมีผลในการกำหนดรูปคดีที่จะมีผลต่อทิศทางการสอบสวน การใช้มาตรการบังคับใน ลำดับต่อไป 11.5 บทบาทในการแจ้งและกำหนดข้อหา เมื่อมีการค้นหาจนได้ข้อมูลมาในระดับหนึ่งแล้ว ข้อสงสัยดังกล่าวย่อมจะกลายมาเป็นความ เชื่อที่เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น และนำไปสู่การตั้งสมมุติฐานของข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำ ความผิดซึ่งเจ้าพนักงานเชื่อ ซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงาน จากนั้นจึงนำมาปรับ เข้ากับ องค์ประกอบของฐานความผิดที่พิจารณาแล้วเห็นว่ากำหนดลงได้ในเบื้องต้น อันเป็นการปรับบทความ ผิดในการตั้งข้อหา ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำและฐานความผิดให้ ผู้ต้องหาทราบ ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 ได้วางหลักไว้อย่างชัดเจนว่า ในขั้นตอนนี้จะต้องมีหลักฐานตามสมควรปรากฏแล้วว่าผู้นั้นน่าจะได้กระทำความผิดตามข้อหาที่แจ้ง การตั้งข้อหาโดยปราศจากพยานหลักฐานตามสมควรเพื่อที่จะใช้มาตรการบังคับเพื่อความสะดวกใน การค้นหาข้อเท็จจริงจึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และจะควรมีการตรวจสอบทั้งจากภายนอกและภายใน องค์กร การแจ้งข้อหานั้นมีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกับการบรรยายฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา มาตรา 150 กล่าวคือ เพื่อต้องการทำให้ผู้ต้องหาเข้าใจได้ว่าตนกำลังถูกดำเนิน คดีอาญาเนื่องมาจากการกระทำใด และจะถูกดำเนินคดีในฐานความผิดฐานใดบ้าง แม้ว่าในชั้น พนักงานสอบสวนฐานความผิดที่ปรับจะยังไม่เป็นที่แน่นอน และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตาม 250 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6397/2541
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3