แนวคิดและหลักการสำคัญในกระบวนการยุติธรรม

146 บทที่ 12 บทบาทหน้าที่ของพนักงานอัยการ คำว่า อัยการ หมายถึง ชื่อกรมหนึ่งซึ่งมีหน้าที่เป็นทนายแผ่นดิน หรือเจ้าหน้าที่ในกรมนั้น ผู้ทำหน้าที่เป็นทนายแผ่นดิน 251 ที่หมายถึงตัวองค์กร ซึ่งเป็นโจทก์แทนแผ่นดิน ดังนั้น การกระทำของ พนักงานอัยการแต่ละคนถือเป็นการกระทำโดยองค์กรอัยการ พนักงานอัยการจึงสามารถปฏิบัติหน้าที่ แทนกันเสมอได้โดยไม่ต้องมีการมอบหมาย เนื่องจากตัวองค์กรมีหน้าที่เป็นทนายของแผ่นดินซึ่งทำ หน้าที่ในนามของรัฐ ส่วนคำว่า พนักงานอัยการ จะหมายถึง ตัวบุคคลซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน ซึ่งเป็นผู้มี คุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนด และได้ผ่านการสอบคัดเลือกเพื่อเข้าบรรจุเป็นข้าราชการอัยการ โดยที่พนักงานอัยการจะถือเป็นข้าราชการพลเรือน (ข้าราชการอัยการ) ที่มีระบบการบังคับบัญชา ตามลำดับขั้นเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือน (Bureaucratic System) ทั่วไปที่ตัวพนักงานอัยการ จะต้องฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างหัวหน้าพนักงานอัยการ เพียงแต่ตัวองค์กรอัยการจะมีความเป็น อิสระ กล่าวคือ องค์กรอัยการมีลักษณะเป็นหน่วยงานทางข้าราชการที่มีความแตกต่างจากหน่วยงาน ทั่วไปที่ขึ้นกับฝ่ายบริหาร เพื่อประกันความเป็นอิสระจากส่วนได้เสียทางการเมืองในการทำหน้าที่ องค์กรอัยการจึงถูกจัดให้มีฐานะเป็นหน่วยงานราชการที่มีความเป็นอิสระเทียบเท่ากรมซึ่งอยู่ในบังคับ บัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมซึ่งไม่ได้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี 252 องค์กรจึงมีลักษณะ เป็นองค์กรกึ่งตุลาการ (Quasi-judicial) หรืออีกในหนึ่งคือ กึ่งบริหารกึ่งตุลาการ ผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่พนักงานอัยการในประเทศไทยนั้น นอกจากคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อ การทำงานโดยทั่วไปแล้วยังต้องมีคุณสมบัติพิเศษคือ เป็นผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต หรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ ซึ่งคณะกรรมการอัยการเทียบได้ว่าไม่ต่ำกว่า ปริญญาตรี สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย เช่น ข้าราชการตุลาการ ทนายความ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ พนักงานคุมประพฤติ จ่าศาล เจ้าพนักงานบังคับคดี นายทหารพระธรรมนูญ หรือได้ประกอบวิชาชีพ ทางกฎหมายอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการอัยการกำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี และจะต้องเป็นผู้ ผ่านการทดสอบแข่งขันทางกฎหมายเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้าเป็นอัยการผู้ช่วย ดังนั้น ผู้ซึ่งได้รับ การแต่งตั้งเป็นข้าราชการอัยการจึงล้วนได้รับการคัดสรรเป็นอย่างดี และทั้งทางด้านประสบการณ์การ ทำงานและความเชี่ยวชาญพิเศษทางด้านกฎหมาย 251 พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 252 ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2534 มาตรา 33 (6) และ มาตรา 46 (9)

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3