100000167

๙๔ รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่หน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา 10 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 523/2557 การที่ผู้ฟูองคดีไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของ หน่วยงานของรัฐในเรื่องขั้นตอนการส่งเงิน จนเป็นเหตุให้เ งินของหน่วยงานของรัฐสูญหายนั้น ถือว่า พฤติการณ์ของผู้ฟูองคดีดังกล่าวเป็นการกระทําโดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาะเช่นนั้น จักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ความระมัดระวังให้ เพียงพอไม่ ดังนั้น ผู้ฟูองคดีจึงกระทําโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทําให้เกิดความเสียหายต่อ หน่วยงานของรัฐ ผู้ฟูองคดีจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่หน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา 10 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 468/2558 นาย ด. เจ้าหน้าที่ได้ขอยืมเงินจาก หน่วยงานของรัฐเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในโครงการหนึ่ง แต่นาย ด. มิได้ส่งใช้เงินยืม ซึ่งตามระเบียบฯ ผู้ฟูองคดี ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานคลังมีหน้าที่ต้องเสนอให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสั่งการให้นาย ด. ส่งใช้ เงินยืมดังกล่าวภายในกําหนดเวลาตามที่เห็นสมควร อย่างช้าไม่เกินสามสิบวัน แต่ผู้ฟูองคดีกลับมิได้เสนอ ให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสั่งการดังกล่าว โดยผู้ฟูองคดีเพียงแต่มีหนังสือเร่งรัดนาย ด. ส่งใช้เงิน ยืมเท่านั้น กรณีจึงถือได้ว่าผู้ฟูองคดีมิได้ปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบฯ ดังกล่าว และเป็น การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 1437/2558 ผู้ฟูองคดีซึ่งดํารงตําแหน่งหัวหน้างานคลัง ย่อมต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ หากผู้ฟูองคดีได้ตรวจสอบโดยละเอียดรอบคอบ ก็จะพบว่าการ โอนเงินงบประมาณมีจํานวนเงินรวมกันแล้วเกินกว่าจํานวนที่หนังสือกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การตั้ง งบประมาณและการเบิกจ่ายเงินค่ารับรองกําหนด การที่ผู้ฟูองคดีได้ทําบันทึกประกอบการพิจารณา ขออนุมัติโอนเงินงบประมาณ และให้ความเห็นตามบัญชีโอนเงินงบประมาณรายจ่าย ตลอดจนให้ความเห็น ตามฏีกาให้เบิกจ่ายเงินดังกล่าว จึงเป็นการกระทําโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ซึ่งการกระทําดังกล่าว เป็นเหตุให้มีการออกคําสั่งอนุมัติโอนเงินงบประมาณรายจ่ายไปเพิ่มเป็นรายจ่ายค่ารับรอง และอนุมัติให้ เบิกจ่ายค่ารับรองเกินกว่าหลักเกณฑ์ที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด การกระทําของผู้ฟูองคดีจึงเป็น การกระทําละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 899/2561 เทศบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจการ จ้างโครงการก่อสร้างสํานักงานเทศบาล ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ในสังกัดเทศบาลจํานวน 3 คน และนาย ช. กับผู้ฟูองคดีซึ่งเป็นผู้แทนชุมชน เป็นกรรมการ เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงาน ผู้ฟูองคดีไม่ได้ไปตรวจสอบงาน ก่อสร้างตามหน้าที่ แต่ลงชื่อร่วมกับคณะกรรมการตรวจการจ้างผู้อื่นว่า ผู้รับจ้างส่งมอบงานเป็นไปตาม แบบรูป รายการละเอียดและข้อกําหนดในสัญญาครบถ้วนถูกต้อง เทศบาลจึงได้จ่ายเงินค่าจ้างแก่ผู้รับจ้าง ไป แต่ปรากฏต่อมาว่าโครงการดังกล่าวมีการก่อสร้างไม่เป็นไปตามรูปแบบรายการ ทําให้ทางราชการได้รับ ความเสียหาย ดังนี้ เมื่อผู้ฟูองคดีได้รับหน้าที่ดังกล่าว จึงต้องตรวจสอบการทํางาน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อ การใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส เมื่อตามพฤติการณ์แห่งคดี ผู้ฟูองคดีไม่ได้ตรวจสอบตามหน้าที่ จึงเห็นว่า ผู้ฟูองคดีได้กระทําการด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ซึ่งบุคคลเช่นกรรมการตรวจการจ้างต้องมี ตามวิสัยและพฤติการณ์ แต่ผู้ฟูองคดีหาได้ใช้ความระมัดระวังในการตรวจรับงานจ้างเช่นว่านั้นไม่ จึงทําให้ เทศบาลได้รับความเสียหาย ดังนั้น ผู้ฟูองคดีจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทําละเมิดดังกล่าว

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3