100000167

๙๗ จึงได้กําหนดแนวทางปฏิบัติในการวินิจฉัยสัดส่วนความรับผิดของเจ้าหน้าที่ขึ้น (หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุดที่ กค 0406.2/ว 66 ลงวันที่ 25 กันยายน 2550) เพื่อให้มีมาตรฐานไปในแนวทางเดียวกัน และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเสมอภาคกับเจ้าหน้าที่ของทุกหน่วยงานของรัฐ ๒๙ กรณีที่ศาลวินิจฉัยว่าการละเมิดของเจ้าหน้าที่เกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของ หน่วยงานของรัฐหรือระบบการดาเนินงานส่วนรวม คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 572/2549 หากผู้ฟูองคดีได้ทําการตรวจสอบใน ขั้นตอนของการควบคุมใบเสร็จรับเงินอย่างเคร่งครัด ตามอํานาจหน้าที่และตามระเบียบที่กําหนดไว้ ก็จะ สามารถตรวจสอบได้ว่าการเบิกจ่ายใบเสร็จรับเงินและการรับเงินไม่เป็นไปตามระเบียบ แต่ผู้ฟูองคดีกลับ ละเลยในการตรวจสอบ จนทําให้เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งกระทําการทุจริตสําเร็จ พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่า ผู้ฟูองคดีได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และเป็นเหตุให้หน่วยงานของรัฐได้รับ ความเสียหาย กรณีจึงเป็นการกระทําละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ ผู้ฟูองคดีจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหม ทดแทนแก่หน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา 10 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และเมื่อหน่วยงานของรัฐได้มีการกําหนดขั้นตอนรวมถึง วิธีปฏิบัติควบคุมตรวจสอบโดยเฉพาะด้านการเงินให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติไว้อย่างชัดเจนแล้ว จึงรับฟังได้ว่า การกระทําละเมิดดังกล่าวของผู้ฟูองคดีมิได้เกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐหรือ ระบบการดําเนินงานส่วนรวม จึงไม่อาจหักส่วนแห่งความรับผิดของหน่วยงานรัฐออกได้ 4. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้กระทําละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความจงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และเป็นกรณีที่การละเมิดของเจ้าหน้าที่เกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคน มิให้ นําหลักเรื่องลูกหนี้ร่วมมาใช้บังคับ และเจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนของ ตนเท่านั้น ตามมาตรา 10 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 8 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทาง ละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ๒๙ สายฝน โชชัย, “การกําหนดสัดส่วนความรับผิดอันเกิดจากการกระทําละเมิดของเจ้าหน้าที่ ,” วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 8 (1) (มกราคม–มิถุนายน 2563): 46, 50-56.

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3