100000167
๙๙ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้กระทําละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความจงใจหรือ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง อันทําให้เจ้าหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐ ตาม มาตรา 10 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 วิธีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแยกอธิบายได้ดังนี้ 1. ถ้าการกระทาละเมิดของเจ้าหน้าที่ต่อหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่ เกิดจากการใช้ อานาจตามกฎหมาย จากกฎ คาสั่งทางปกครอง หรือคาสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่ กฎหมายกาหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร (การกระทาละเมิดทาง ปกครอง) ซึ่งอยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่ง พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ให้หน่วยงานดําเนินการดังนี้ 1.1 หน่วยงานของรัฐที่เสียหายมีอํานาจออกคําสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชดใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐ ภายในเวลาที่กําหนดได้ ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิด ทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 โดยหน่วยงานของรัฐต้องคําสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐ ภายในกําหนดอายุความตามมาตรา ๑0 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ 1.1.1 กรณีที่หน่วยงานของรัฐเห็นว่าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นต้องรับผิด หน่วยงานของรัฐต้อง เรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตน ภายในกําหนดอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐ รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามมาตรา ๑0 วรรคสอง แห่ง พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 แต่ไม่เกินกําหนดอายุความ 10 ปี นับ แต่วันที่ทําละเมิด 2539 ตามมาตรา 448 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 1.1.2 กรณีที่หน่วยงานของรัฐเห็นว่าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นไม่ต้องรับผิด แต่กระทรวงการคลัง ตรวจสอบแล้วเห็นว่าต้องรับผิด หน่วยงานของรัฐต้องเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตน ภายในกําหนดอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐมีคําสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลัง ตาม มาตรา ๑0 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 แต่ไม่เกิน กําหนดอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่ทําละเมิด ตามมาตรา 448 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 96/2552 มาตรา ๑0 วรรคสอง แห่งพระราช บัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เป็นกฎหมายพิเศษ ซึ่งมีบทบัญญัติขัดหรือแย้ง กับมาตรา 448 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นกฎหมายทั่วไป เฉพาะแต่ในส่วนที่ กําหนดให้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดขาดอายุความเมื่อพ้นกําหนด 1 ปี นับแต่วันที่ ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเท่านั้น หาได้มีบทบัญญัติขัดหรือแย้งกับ ส่วนที่กําหนดว่าสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดขาดอายุความเมื่อพ้นกําหนด 10 ปี นับแต่ทํา ละเมิดไม่ ดังนั้น การที่เจ้าหน้าที่กระทําละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้หน่วยงานของรัฐได้รับความ เสียหาย ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2538 แต่หน่วยงานของรัฐได้มีคําสั่งให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหม ทดแทนเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2548 นั้น จึงเป็นกรณีที่หน่วยงานของรัฐได้มีคําสั่งให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ ค่าสินไหมทดแทน ในเวลาที่ล่วงเลยเกินกว่า 10 ปี นับแต่ทําละเมิด ตามมาตรา 448 แห่งประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว คําสั่งดังกล่าวจึงเป็นคําสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3