100000167
๑๐๑ ข้อ 4. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่เห็นว่าคําสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ชําระเงินตามมาตรา ๑๒ แห่ง พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 นั้น คําสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น เจ้าหน้าที่เห็นว่าตนได้กระทําละเมิดด้วยความประมาทเลินเล่อธรรมดาเท่านั้น เป็นต้น เจ้าหน้าที่มีสิทธิ อุทธรณ์คําสั่งดังกล่าวได้ ตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้มีการดําเนินการอุทธรณ์ และได้มีการสั่งการแล้ว หรือมิได้มีการสั่งการภายในเวลาอัน สมควรหรือภายในเวลาที่กฎหมายนั้นกําหนด เจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิฟูองคดีต่อศาลปกครองได้ ตามมาตรา 42 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 โดยเป็นคดี พิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทําการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ใน การออกคําสั่ง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี ปกครอง พ.ศ. 2542 1.2 หากหน่วยงานของรัฐออกคําสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ชําระค่าสินไหมทดแทน ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 แล้ว แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ยอมชําระค่า สินไหมทดแทนแก่หน่วยงานของรัฐภายในเวลาที่กําหนด ให้หน่วยงานของรัฐมีหนังสือเตือนให้เจ้าหน้าที่ ผู้กระทําละเมิดนั้นชําระเงินภายในระยะเวลาที่กําหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 7 วัน ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นไม่มีการ ปฏิบัติตามคําเตือน หน่วยงานของรัฐมีอํานาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยการยึดหรืออายัด ทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้นั้นออกขายทอดตลาด เพื่อชําระเงินให้ครบถ้วนได้ ตามมาตรา ๖๓/๗ แห่ง พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ 1.3 หากหน่วยงานของรัฐไม่มีข้อขัดข้องในการบังคับใช้กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับ ทางปกครอง ศาลปกครองมีแนววินิจฉัยว่า หน่วยงานของรัฐจะต้องใช้มาตรการบังคับทางปกครอง หน่วยงานของรัฐจะนําคดีมาฟูองศาลปกครองไม่ได้ เพราะหน่วยงานของรัฐสามารถใช้มาตรการบังคับทาง ปกครองได้เอง โดยไม่จําต้องนําคดีมาฟูองศาล ดังนั้น หน่วยงานของรัฐจึงไม่ใช่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือ เสียหายที่มีสิทธิฟูองคดีต่อศาลปกครอง ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ 22/2553) 1.4 แต่หากหน่วยงานของรัฐเห็นว่ายังมีข้อขัดข้องในการบังคับใช้กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับ การบังคับทางปกครอง ก็ไม่ตัดสิทธิหน่วยงานของรัฐที่จะฟูองคดีต่อศาลปกครองได้ ตัวอย่างที่ 1 หน่วยงานของรัฐได้ออกคําสั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้กระทําละเมิดชดใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังมิได้ชําระค่าสินไหมทดแทนและได้ถึงแก่ความตายเสียก่อน หน่วยงาน ของรัฐจึงแจ้งให้ทายาทของเจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าว แต่ทายาทของเจ้าหน้าที่ไม่ยอมชดใช้ ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าว ดังนี้ หน่วยงานของรัฐมีสิทธิฟูองคดีต่อศาลปกครอง เพื่อให้ทายาทของ เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวได้ (คําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 128/2554) ตัวอย่างที่ 2 เจ้าหน้าที่ผู้กระทําละเมิดได้ถึงแก่ความตายเสียก่อนที่หน่วยงานของรัฐจะ ออกคําสั่งให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิด ของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ดังนี้ หน่วยงานของรัฐต้องฟูองคดีต่อศาลปกครอง เพื่อให้ทายาทของเจ้าหน้าที่ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3