100000167

๕๕ 2.1.2.4 การกระทาละเมิดของเจ้าหน้าที่ต่อบุคคลภายนอกในการปฏิบัติหน้าที่ อันเกี่ยวกับสิทธิของบุคคลตามกฎหมายแพ่ง คาสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 749/2551 การที่เจ้าพนักงานบังคับคดี คํานวณเงินและแจ้งจํานวนเงินที่ต้องอายัดผิดพลาดนั้น เป็นการปฏิบัติหน้าที่ แต่มิได้เป็นการใช้อํานาจตาม กฎหมาย อันจะเป็นคดีปกครองที่อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง และหากการกระทํา ดังกล่าวเกิดจากความประมาทเลินเล่อ จนเป็นเหตุให้ผู้ฟูองคดีได้รับความเสียหาย ก็เป็นความรับผิดเพื่อ ละเมิดตามที่กําหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งอยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาของ ศาลยุติธรรม คาวินิจฉัยชี้ขาดอานาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 3/2545 การที่ผู้ฟูองคดี ฟูองขอให้ผู้ถูกฟูองคดี (กรมที่ดิน) จัดทําเอกสารสิทธิ น.ส. ๓ ก ให้ถูกต้องตรงกับการเสียภาษีบํารุงท้องที่ นั้น ศาลจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของผู้ฟูองคดี ซึ่งเป็นการพิจารณา เกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินของบุคคล คดีนี้จึงอยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม คาวินิจฉัยชี้ขาดอานาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 172/2560 การที่ ผู้ฟูองคดีฟูองผู้ถูกฟูองคดี (องค์การบริหารส่วนตําบล) ว่าผู้ถูกฟูองคดีละเลยไม่ดําเนินการตามหน้าที่ ในการรับรองแนวเขตทางสาธารณประโยชน์ ทําให้ผู้ฟูองคดีไม่สามารถดําเนินการขอออกโฉนดที่ดิน ที่ผู้ฟูองคดีนําหลักฐาน น.ส. ๓ ไปยื่นขอออกโฉนดที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดินได้ เนื่องจากถูกผู้ถูกฟูองคดี คัดค้านว่าผู้ฟูองคดีนํารังวัดรุกล้ําหนองน้ําสาธารณประโยชน์เข้าไปประมาณ ๑๐๐ เมตร ขอให้ ศาลพิพากษาหรือมีคําสั่งให้ผู้ถูกฟูองคดีดําเนินการรับรองแนวเขตทางสาธารณประโยชน์ที่ติดกับที่ดินของ ผู้ฟูองคดี และให้ดําเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนผู้ถูกฟูองคดีให้การว่าไม่ได้ละเลยต่อหน้าที่ ตามที่ผู้ฟูองคดีกล่าวอ้าง และเนื่องจากบริเวณที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ จึงต้องคัดค้านแนวเขต การออกโฉนดที่ดินของผู้ฟูองคดี ดังนั้น การที่ศาลจะพิพากษาหรือมีคําสั่งในคดีนี้ได้นั้น จําต้องพิจารณาให้ ได้เสียก่อนว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินซึ่งผู้ฟูองคดีมีสิทธิครอบครองหรือเป็นที่สาธารณประโยชน์ คดีนี้จึงเป็น คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม คาวินิจฉัยชี้ขาดอานาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 19/2562 ผู้ฟูองคดีฟูอง ว่าผู้ถูกฟูองคดี (องค์การบริหารส่วนตําบล) กระทําละเมิดโดยการบุกรุกเข้ามาในที่ดินของผู้ฟูองคดี ด้วยการนํารถไถเกลี่ยดินและปักเสาหลักเขตไม้ขยายทางสาธารณประโยชน์ โดยไม่ได้รับความยินยอมจาก ผู้ฟูองคดี ซึ่งการที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟูองคดีกระทําละเมิดต่อผู้ฟูองคดีหรือไม่ ต้องวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับ สิทธิในที่ดินพิพาทระหว่างผู้ฟูองคดีกับผู้ถูกฟูองคดีก่อน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟูองคดี การกระทําของผู้ถูกฟูองคดีดังกล่าวย่อมเป็นการกระทําละเมิดต่อผู้ฟูองคดี แต่หากที่ดินพิพาทเป็นสาธารณ สมบัติของแผ่นดินสําหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน การกระทําของผู้ถูกฟูองคดีดังกล่าวย่อมไม่เป็นการกระทํา ละเมิดต่อผู้ฟูองคดี ดังนั้น คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทําละเมิดและสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอํานาจ พิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3