100000167
๖๓ กรณีเจ้าหน้าที่กระทําละเมิดต่อบุคคลภายนอกในการปฏิบัติหน้าที่ ศาลที่มีอํานาจพิจารณา พิพากษาคดีและอายุความการฟูองคดีแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ (1) ศาลปกครอง กรณีเจ้าหน้าที่กระทําละเมิดต่อบุคคลภายนอกในการปฏิบัติหน้าที่ อันเกิดจากการใช้ อํานาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คําสั่งทางปกครอง หรือคําสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่ กฎหมายกําหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) ผู้เสียหายต้องฟูอง หน่วยงานของรัฐต่อศาลปกครอง ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟูองคดี แต่ไม่เกินสิบปี นับแต่วันที่มีเหตุแห่งการฟูองคดี ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เว้นแต่การฟูองคดีปกครองที่เกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ หรือ สถานะของบุคคลจะยื่นฟูองคดีเมื่อใดก็ได้ และการฟูองคดีปกครองที่ยื่นเมื่อพ้นกําหนดเวลาการฟูองคดี แล้ว ถ้าศาลปกครองเห็นว่าคดีที่ยื่นฟูองนั้นจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมหรือมีเหตุจําเป็นอื่น โดยศาลเห็น เองหรือคู่กรณีมีคําขอ ศาลปกครองจะรับไว้พิจารณาก็ได้ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล ปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ (2) ศาลยุติธรรม กรณีเจ้าหน้าที่กระทําละเมิดต่อบุคคลภายนอกในการปฏิบัติหน้าที่ อันมิได้เกิดจากการ ใช้อํานาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คําสั่งทางปกครอง หรือคําสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่ กฎหมายกําหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) กล่าวคือ กรณีเจ้าหน้าที่ กระทําละเมิดต่อบุคคลภายนอกในการปฏิบัติหน้าที่ อันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ทั่วไป หรือการดําเนินงาน ของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา หรือการดําเนินงานของกระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง หรือเกี่ยวกับ สิทธิและหน้าที่ของบุคคลตามกฎหมายแพ่ง และในกรณีนี้ เมื่อ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือ กฎหมายอื่นมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ผู้เสียหายจึงต้องฟูองหน่วยงานของรัฐต่อศาลยุติธรรมภายใน อายุความ 10 ปี ตามมาตรา 193/30 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คาพิพากษาศาลฎีกาที่ 4373/2558 ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของ เจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 กําหนดให้ผู้เสียหายฟูองหน่วยงานของรัฐโดยตรง และห้ามมิให้ฟูอง เจ้าหน้าที่ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจําเลยที่ 1 (เจ้าหน้าที่) กระทําละเมิดในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ จําเลยที่ 2 (หน่วยงานของรัฐ) จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งละเมิดที่จําเลยที่ 1 ได้กระทํา ตามพระราชบัญญัติ ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 ซึ่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิด ของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 มิได้กําหนดให้จําเลยที่ 2 ต้องรับผิดร่วมกับจําเลยที่ 1 ผู้กระทํา ละเมิด ดังเช่นในฐานะนายจ้างกับลูกจ้าง ดังนั้น จึงไม่อาจนําอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับ และเนื่องจากพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิด ของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มิได้กําหนดอายุความฟูองร้องหน่วยงานรัฐในกรณีนี้ไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนํา อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 มาใช้บังคับ
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3