100000167

๗๓ อนึ่ง แม้เจ้าหน้าที่จะได้กระทําละเมิดต่อบุคคลภายนอกด้วยความจงใจหรือประมาท เลินเล่ออย่างร้ายแรง แต่หน่วยงานของรัฐจะใช้สิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้เพียงใด ให้คํานึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทําละเมิด และความเป็นธรรมในแต่ละกรณีเป็นเกณฑ์ โดยมิต้องให้ใช้เต็มจํานวนของความเสียหายก็ได้ ตามมาตรา 8 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิด ทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และหากการละเมิดของเจ้าหน้าที่เกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงาน ของรัฐหรือระบบการดําเนินงานส่วนรวม ก็ให้หักส่วนแห่งความรับผิดดังกล่าวออกด้วย ตามมาตรา 8 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เช่น เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็น พนักงานขับรถยนต์ ขับรถยนต์ของหน่วยงานของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประเมาทเลินเล่ออย่าง ร้ายแรง และระบบเบรกของรถยนต์ก็ไม่ได้บํารุงรักษา เพราะหน่วยงานของรัฐไม่มีงบประมาณ ทําให้เกิด เฉี่ยวชนนาย ก. ถึงแก่ความตาย ดังนี้ หน่วยงานของรัฐก็มีส่วนบกพร่อง ในการที่หน่วยงานของรัฐจะไล่เบี้ย จากเจ้าหน้าที่ หน่วยงานของรัฐจึงต้องหักส่วนที่ตนต้องรับผิดออกเสียก่อน เป็นต้น ๒๑ นอกจากนั้น หากการละเมิดของเจ้าหน้าที่เกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคน มิให้นําหลักเรื่อง ลูกหนี้ร่วมมาใช้บังคับ และเจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น ตามมาตรา 8 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 สําหรับวิธีการเรียกค่าสินไหมทดแทนนั้น อธิบายได้ดังนี้ 1. เมื่อหน่วยงานของรัฐได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายไปแล้ว หน่วยงานของรัฐ ที่เสียหายมีอํานาจออกคําสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชําระเงินดังกล่าวภายในเวลาที่กําหนดได้ ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 โดยหน่วยงานของรัฐที่ได้ใช้ ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย มีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคืนแก่ตนภายในกําหนดอายุ ความ 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้นแก่ผู้เสียหาย ตามมาตรา 9 แห่ง พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ข้อสังเกต ข้อ 1. มาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ใช้บังคับในกรณีที่ เจ้าหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่หน่วยงานของรัฐได้ใช้ให้แก่ผู้เสียหาย ตามมาตรา 8 กล่าวคือ ใช้บังคับในในกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้กระทําละเมิดต่อบุคคลภายนอกในการปฏิบัติ หน้าที่ โดยหน่วยงานของรัฐได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายไปแล้ว และปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ได้ กระทําละเมิดด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ดังนั้น หากเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้กระทํา ละเมิดต่อบุคคลภายนอกในทางส่วนตัว แม้หน่วยงานของรัฐจะได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายไป หน่วยงานของรัฐก็จะออกคําสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชําระเงินคืนแก่หน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ไม่ได้ หน่วยงานของรัฐต้องนําคดีไป ฟูองต่อศาลโดยใช้หลักกฎหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อ 2 แม้เจ้าหน้าที่ผู้กระทําละเมิดจะไม่มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่อยู่แล้วก็ตาม เช่น ลาออก เกษียณอายุ เป็นต้น หน่วยงานของรัฐที่เสียหายก็ยังคงมีอํานาจออกคําสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ ผู้นั้นชําระเงิน ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ได้ ๒๑ มานิตย์ จุมปา, คาอธิบายกฎหมายปกครองว่าด้วยการกระทาทางปกครองและการควบคุมการกระทาทาง ปกครอง (กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549), หน้า 212.

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3