100000167

๗๔ ข้อ 3. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่เห็นว่าคําสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ชําระเงินตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 นั้น คําสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น เจ้าหน้าที่เห็นว่าตนได้กระทําละเมิดด้วยความประมาทเลินเล่อธรรมดาเท่านั้น เป็นต้น เจ้าหน้าที่มี สิทธิอุทธรณ์คําสั่งดังกล่าวได้ ตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้มีการดําเนินการอุทธรณ์ และได้มีการสั่งการแล้ว หรือมิได้มีการสั่งการภายใน เวลาอันสมควรหรือภายในเวลาที่กฎหมายนั้นกําหนด เจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิฟูองคดีต่อศาลปกครองได้ ตาม มาตรา 42 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 โดย เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทําการโดยไม่ชอบด้วย กฎหมาย ในการออกคําสั่ง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธี พิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ข้อ 4. พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา ๑๓ กําหนดว่า ให้คณะรัฐมนตรีจัดให้มีระเบียบเพื่อให้เจ้าหน้าที่ซึ่งต้องรับผิดตามมาตรา 8 สามารถผ่อน ชําระเงินที่จะต้องรับผิดนั้นได้ โดยคํานึงถึงรายได้ ฐานะ ครอบครัวและความรับผิดชอบ และพฤติการณ์ แห่งกรณีประกอบด้วย ดังนั้น เมื่อหน่วยงานของรัฐออกคําสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้แก่หน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เจ้าหน้าที่จึงขอผ่อนชําระค่าสินไหมทดแทนได้ โดยระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์ การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ข้อ 25 กําหนดว่า ให้หน่วยงานของ รัฐที่เสียหายกําหนดจํานวนเงินที่ขอผ่อนชําระนั้นตามความเหมาะสม โดยคํานึงถึงรายได้ ค่าใช้จ่ายในการ ดํารงชีพตามฐานานุรูปของเจ้าหน้าที่ ความรับผิดชอบที่บุคคลนั้นมีอยู่ตามกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดี และ พฤติการณ์แห่งกรณีประกอบด้วย ซึ่งในการให้ผ่อนชําระ ต้องจัดให้มีผู้ค้ําประกัน และในกรณีที่เห็นสมควร จะให้วางหลักประกันด้วยก็ได้ ข้อ 5. หากเจาหนาที่ผูกระทําละเมิดได้ถึงแกความตายเสียก่อน หน่วยงานของรัฐจะ ออกคําสั่ง เรียกให้ทายาทของ เจ้าหน้าที่ดังกล่าวชําระค่าสินไหมทดแทน ตามมาตรา ๑๒ แห่ง พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ไม่ได้ หนวยงานของรัฐตองฟูองคดีต่อ ศาล เพื่อเรียกใหทายาทหรือผูจัดการมรดกของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวรับผิดในหนี้นั้น ซึ่งหนวยงานจะตองฟอง ทายาทหรือผูจัดการมรดกของเจาหนาที่ดังกล่าว ภายในกําหนดอายุความ 1 ป นับแตไดรูหรือควรไดรูถึง ความตายของเจาหนาที่ดังกล่าว ตามมาตรา 1754 วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย์ แต่ไม่เกินสิบปีนับแต่เมื่อเจ้าหน้าที่ดังกล่าวถึงแก่ความตาย ตามมาตรา 1754 วรรคท้าย แห่งประมวล กฎหมายแพงและพาณิชย์ ๒๒ ๒๒ ธาตรี มหันตรัตน์ และนพพร อุณาภาค, “หลักเกณฑและขั้นตอนดําเนินการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทาง ละเมิดของเจาหนาที่,” วารสารวิจัยราชภัฏกรุงเกา 7 (3) (กันยายน 2563): 94.

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3