100000167
๗๕ 2. หากหน่วยงานของรัฐออกคําสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ชําระเงินคืนภายในเวลาที่กําหนด ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ ไม่ยอมเงินชําระค่าสินไหมทดแทนคืนแก่หน่วยงานของรัฐภายในเวลาที่กําหนด ให้หน่วยงานของรัฐมี หนังสือเตือนให้เจ้าหน้าที่ผู้กระทําละเมิดนั้นชําระเงินภายในระยะเวลาที่กําหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 7 วัน ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นไม่มีการปฏิบัติตามคําเตือน หน่วยงานของรัฐมีอํานาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดย การยึดหรืออายัดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้นั้นออกขายทอดตลาด เพื่อชําระเงินให้ครบถ้วนได้ ตามมาตรา ๖๓/๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ข้อสังเกต ข้อ 1. การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคําสั่งทางปกครอง ตามมาตรา 44 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ข้อ 2. การใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ นั้น หน่วยงานของรัฐมีอํานาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินของ เจ้าหน้าที่ ออกขายทอดตลาดได้เอง โดยไม่ต้องขอความอนุเคราะห์ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีของสํานักงานบังคับคดี มาช่วยดําเนินการ โดยหน่วยงานต้องนําบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 4 ลักษณะ 2 การบังคับตามคําพิพากษาหรือคําสั่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ๒๓ ข้อ 3. ในปัจจุบัน เนื่องจากหน่วยงานของรัฐบางหน่วยงานไม่สามารถใช้มาตรการ บังคับทางปกครองกับเจ้าหน้าที่ได้ จึงเกิดแนวความคิดว่า ควรมีการจัดตั้งหน่วยงานกลางขึ้นเพื่อทําหน้าที่ ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ๒๔ เช่น จัดตั้งหน่วยงานกลางขึ้นในกระทรวงการคลัง ๒๕ หรือให้ กรมบังคับคดี ๒๖ ทําหน้าที่ใช้มาตรบังคับทางปกครองแทนหน่วยงานของรัฐแต่ละแห่ง เป็นต้น ซึ่งผู้เขียน เห็นด้วยกับการจัดตั้งหน่วยงานกลางขึ้น เพื่อทําหน้าที่ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยผู้เขียนมี ความเห็นว่าสมควรให้สํานักงานบังคับคดีสังกัดกรมบังคับคดี ทําหน้าที่ใช้มาตรบังคับทางปกครองแทน หน่วยงานของรัฐแต่ละแห่ง เพราะสํานักงานบังคับคดีมีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้อยู่แล้ว 3. หากหน่วยงานของรัฐไม่มีข้อขัดข้องในการบังคับใช้กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับการ บังคับทางปกครอง หน่วยงานของรัฐจะต้องใช้มาตรการบังคับทางปกครอง หน่วยงานของรัฐจะนําคดีมา ฟูองศาลไม่ได้ เพราะหน่วยงานของรัฐสามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้เอง โดยไม่จําต้องนากคดี มาฟูองศาล ดังนั้น หน่วยงานของรัฐจึงไม่ใช่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายที่มีสิทธิฟูองคดีต่อศาล ปกครอง ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ๒๓ ไพโรจน์ อาจรักษา, ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ (กรุงเทพ: นิติธรรม, 2563), หน้า 126. ๒๔ กรรณชรัตน์ ศรีประเสริฐ, “ปัญหาการใช้มาตรการบังคับเจ้าหน้าที่กรณีการทําละเมิดตามพระราชบัญญัติ ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539,” วารสารกระบวนการยุติ รรม 11 (1) (มกราคม–เมษายน 2561): 2. ๒๕ วรพชร จันทร์ขันตี, “ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่,” วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 9 (2) (กรกฎาคม–ธันวาคม 2559): 143, 163. ๒๖ กิตติศักดิ์ พิลาศเอมอร, “ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ : ปัญหาบางประการเกี่ยวกับการดําเนินการ เรียกให้เจ้าหน้าที่รับผิด,” วารสารวิจัยราชภัฏกรุงเก่า 4 (2) (พฤศภาคม 2560): 95.
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3