100000167

๘๐ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่กระทําละเมิดต่อบุคคลภายนอก แต่มิได้กระทําละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ กล่าวคือ เจ้าหน้าที่กระทําละเมิดต่อบุคคลภายนอกในทางส่วนตัว เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดในการนั้นเป็นการ เฉพาะตัว ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟูองเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง แต่จะฟูองหน่วยงานของรัฐไม่ได้ ตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ดังนั้น ผู้เสียหายต้องฟูองเจ้าหน้าที่ ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เสมือนกับเอกชนกระทําละเมิดต่อเอกชนที่ต้องนํา บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับ ตัวอย่าง เจ้าหน้าที่ตํารวจไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน แต่เจ้าหน้าที่ตํารวจเกิด ทะเลาะกับพวกชาวบ้านในเรื่องส่วนตัว เจ้าหน้าที่ตํารวจใช้ปืนยิงชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ ดังนี้ ถือเป็นกรณีที่ เจ้าหน้าที่กระทําละเมิดต่อบุคคลภายนอกในทางส่วนตัว เจ้าหน้าที่จึงต้องรับผิดในการนั้นเป็นการเฉพาะตัว ชาวบ้านซึ่งเป็นผู้เสียหายต้องฟูองเจ้าหน้าที่โดยตรง ตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ จะฟูองสํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่ได้ ตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิด ของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 สําหรับศาลที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีที่เจ้าหน้าที่กระทําละเมิดต่อบุคคลภายนอกในทาง ส่วนตัว คือ ศาลยุติธรรม สําหรับอายุความการใช้สิทธิเรียกร้องนั้น เนื่องจากพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของ เจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มิได้บัญญัติถึงเรื่องดังกล่าวไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนําประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา 448 มาบังคับใช้โดยอนุโลม ๒๗ ดังนั้น บุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้เสียหายต้องฟูองคดีภายใน กําหนดอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ไม่ เกิน 10 ปี นับแต่วันทําละเมิด ตามมาตรา 448 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อสังเกต กรณีที่เจ้าหน้าที่กระทําละเมิดต่อบุคคลภายนอกในทางส่วนตัว บุคคลภายนอกซึ่งเป็น ผู้เสียหายต้องฟูองคดีเท่านั้น บุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้เสียหายจะยื่นคําขอต่อหน่วยงานของรัฐไม่ได้ ๒๗ ชูชาติ อัศวโรจน์. คาอธิบายพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ . พิมพ์ครั้งที่ 2 (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์เดือนตุลา, 2555), หน้า 108.

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3