100000167
๘๖ ระยะเวลาเช่นเดียวกับการฟูองคดีต่อศาลยุติธรรม คือ ภายใน 10 ปี ตามมาตรา 193/30 แห่งประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่นเดียวกับการฟูองคดีต่อศาลยุติธรรม 1.2.2.3 การออกใบรับคาขอ เมื่อผู้เสียหายได้ยื่นคําขอต่อหน่วยงานของรัฐให้ พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสําหรับความเสียหายที่เกิดแก่ตนแล้ว หน่วยงานของรัฐจะต้องออกใบ รับคําขอให้แก่ผู้เสียหายไว้เป็นหลักฐานด้วย 1.2.2.4 การฟ้องคาวินิจฉัยของหน่วยงานของรัฐ เมื่อหน่วยงานของรัฐมีคําสั่ง เช่นใดแล้ว หากผู้เสียหายยังไม่พอใจในผลการวินิจฉัยของหน่วยงานของรัฐ ผู้เสียหายก็มีสิทธิฟูองคดีต่อ ศาลได้ ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ตนได้รับแจ้งผลการวินิจฉัย ตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง แห่ง พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 แต่หากหน่วยงานของรัฐไม่พิจารณา คําขอให้แล้วเสร็จ ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐได้รับคําขอจากผู้เสียหาย ตามมาตรา ๑๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ศาลปกครองมี แนวคําวินิจฉัยว่า ผู้เสียหายก็มีสิทธิฟูองคดีต่อศาลได้ ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ครบกําหนด 180 วัน นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐได้รับคําขอจากผู้เสียหาย ทั้งนี้ ผู้เสียหายจะต้องฟูองคดีต่อศาลใด อธิบายได้ดังนี้ (1) กรณีที่คําวินิจฉัยของหน่วยงานของรัฐเป็นเรื่องที่สืบเนื่องมาจากคําขอ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่กระทําละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ อันเกิดจากการใช้อํานาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คําสั่งทางปกครอง หรือคําสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนดให้ต้องปฏิบัติหรือ ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ผู้เสียหายต้องฟูองหน่วยงานของรัฐต่อศาลปกครอง ตามมาตรา 11 ประกอบมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 (3) กรณีที่คําวินิจฉัยของหน่วยงานของรัฐเป็นเรื่องที่สืบเนื่องมาจากคําขอ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่กระทําละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ อันมิได้เกิดจากการใช้อํานาจตามกฎหมาย หรือจาก กฎ คําสั่งทางปกครอง หรือคําสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนดให้ต้องปฏิบัติหรือ ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ผู้เสียหายต้องฟูองหน่วยงานของรัฐต่อศาลยุติธรรม ตามมาตรา 11 ประกอบมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และมาตรา ๑๐๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ 2.3 การเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคืนระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเจ้าหน้าที่ แบ่งออก เป็น 2 กรณี ดังนี้ 2.3.1 หน่วยงานของรัฐเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคืนแก่หน่วยงานของรัฐ กรณีที่เจ้าหน้าที่ได้กระทําละเมิดต่อบุคคลภายนอกในการปฏิบัติหน้าที่ อันทําให้หน่วยงานของรัฐต้องรับ ผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายเพื่อการละเมิดของเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติความ รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ทําละเมิดชดใช้ค่า สินไหมทดแทนดังกล่าวคืนแก่หน่วยงานของรัฐได้ เฉพาะในกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้กระทําละเมิดด้วยความจงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเท่านั้น อย่างไรก็ดี หน่วยงานของรัฐจะใช้สิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่า สินไหมทดแทนได้เพียงใด ให้คํานึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทําละเมิด และความเป็นธรรมใน แต่ละกรณีเป็นเกณฑ์ โดยมิต้องให้ใช้เต็มจํานวนของความเสียหายก็ได้ นอกจากนั้น หากการละเมิดของ เจ้าหน้าที่เกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐหรือระบบการดําเนินงานส่วนรวม ให้ หักส่วนแห่งความรับผิดดังกล่าวออกด้วย และในกรณีที่การละเมิดของเจ้าหน้าที่เกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคน
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3