หนังสือ คำอธิบายกฎหมาย สำหรับพยาบาล

หนังสือกฎหมายสำหรับพยาบาล 47 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖ ๒ 33 ประกอบด้วย ดังนี้เมื่อมีกรณีผู้ป่วยฉุกเฉินมา เข้ามารักษาในสถานพยาบาล เมื่อผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวไม่อาจยินยอมได้ พยาบาลต้องทำการเจาะเลือดเพื่อ ตรวจหมู่เลือดและให้เลือดทดแทนเพื่อป้องกันภาวะ shock ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตต่อมาได้ เมื่อ การกระทำดังกล่าวเป็นข้อยกเว้นแม้ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล การกระทำของพยาบาลก็ ไม่เป็นความผิด แม้ต่อมาพยาบาลจะได้นำผลตรวจดังกล่าวรายงานต่อแพทย์เพื่อทำการสั่งการโดย ไม่ได้ขอความยินยอมจากผู้ป่วยเมื่อเป็นการเปิดเผยต่อแพทย์ผู้รักษาในหน่วยงานและเป็นการให้ข้อมูล ซึ่งจำเป็นเพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตของผู้ป่วย การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจึงเป็น ข้อยกเว้นโดยกฎหมาย การเปิดเผยข้อมูลของพยาบาลจึงไม่เป็นความผิด (4) การเปิดเผยต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมรายอื่น การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วยต่อ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมรายอื่นที่มีส่วนในการดูแลรักษาผู้ป่วยถือเป็นหลักสากลว่าแพทย์ผู้รักษา สามารถกระทำได้เพื่อประโยชน์ต่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วย ซึ่งในทางปฏิบัติบุคลากรผู้รักษาพยาบาล คนป่วยมักขอความยินยอมจากผู้ป่วยไว้ล่วงหน้า (Prior informed consent) ว่าผู้ป่วยจะอนุญาตให้ คณะเจ้าหน้าที่ผู้รักษาพยาบาลผู้ป่วยเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวที่จะมีผลต่อการวินิจฉัย การบำบัดรักษา และ การป้องกันโรคได้ ตัวอย่าง ของการเปิดเผยข้อมูลกรณีนี้ คือ การส่งต่อคนไข้ (refer) ทั้งภายใน โรงพยาบาลหรือไปยังโรงพยาบาลอื่นที่แพทย์มักต้องส่งรายละเอียดของคนไข้ไปพร้อมกับการส่งตัว ด้วย (5) การเปิดเผยต่อบุคคลที่สาม บางกรณีบุคคลที่สามมีความชอบธรรมที่จะได้รับทราบข้อมูล ส่วนตัวของผู้ป่วยด้วยเช่นกัน เช่น นายจ้าง บริษัทประกันชีวิต เฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับบุคคล เหล่านั้น เช่น บริษัทประกันชีวิตที่กำหนดให้ผู้เอาประกันต้องไปตรวจสุขภาพก่อน แพทย์อาจมีหน้าที่ ต้องแจ้งผลการตรวจสุขภาพให้บริษัทประกันชีวิตด้วย หรือนายจ้างที่จะจ้างลูกจ้างเป็นคนขับรถย่อม ต้องให้ลูกจ้างไปตรวจสุขภาพที่อาจส่งผลต่อการขับรถได้ อย่างไรก็ตาม มีข้อควรพิจารณาด้วยว่าการ เปิดเผยข้อมูลของผู้ป่วยต่อบุคคลที่สามนั้น ข้อความที่จะเปิดเผยต้องจำกัดเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับบุคคล ที่สามโดยเฉพาะเท่านั้น เช่น นายจ้างก็ย่อมต้องทราบเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพที่มีผลต่อการทำงานจะไป ขอทราบผลในเรื่องอื่น เช่น ผลของ DNA ไม่ได้ เป็นต้น (6) การเปิดเผยโดยคำสั่งศาล ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ เปิดเผยข้อมูลของคนไข้ในเรื่องใด แพทย์และบุคลากรผู้ได้รับคำสั่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งนั้น โดยคำสั่งดังกล่าวอาจกำหนดให้แพทย์ส่งเอกสารเวชระเบียน (medical record) หรืออาจให้ตอบ คำถามที่สงสัย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวแม้จะเป็นเรื่องลับแพทย์ก็ต้องปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด เช่น กรณีที่ ศาลบังคับให้แพทย์เปิดเผยชื่อของบุคคลผู้บริจาคเลือดที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น ซึ่งหากแพทย์ 33 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒. (๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก หน้า 52-95. <https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/069/T_0052.PDF > สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2567.

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3