หนังสือ คำอธิบายกฎหมาย สำหรับพยาบาล

48 หนังสือกฎหมายสำหรับพยาบาล หรือบุคคลใดที่ได้รับคำสั่งศาลแล้วไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดฐานขัดคำสั่งศาลซึ่งจะมีโทษตาม กฎหมาย (7) การเปิดเผยโดยความจำเป็นที่ชอบด้วยกฎหมาย ความจำเป็นที่ชอบด้วยกฎหมายนี้เป็น ข้ออ้างในการปฏิเสธการกระทำที่เป็นความผิด (Wrongful) โดยจะถือเป็นเหตุที่ผู้กระทำมีอำนาจ กระทำได้หรือเป็นเหตุลบล้างความผิดของผู้กระทำ โดยในเรื่องความจำเป็นที่ชอบด้วยกฎหมายนี้ เป็น การพิจารณาการกระทำของผู้กระทำเป็นสำคัญว่าการกระทำใดเป็นการกระทำเพื่อรักษาประโยชน์ ของสังคมที่มีคุณค่ามากกว่าก็จะถือเป็นการกระทำที่ชอบธรรม ซึ่งกฎหมายยอมรับและผู้กระทำการ ดังกล่าวไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย โดยเฉพาะความรับผิดในทางอาญาการกระทำนั้นจะถือว่าเป็นเหตุ ที่ผู้กระทำมีอำนาจกระทำได้ที่เป็นความจำเป็นที่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น ถ้าการปกปิดความลับจะ เป็นการขัดต่อประโยชน์ของสาธารณะ การคำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณชนต้องอยู่เหนือประโยชน์ ส่วนบุคคล เช่น ผู้ป่วยโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 แพทย์หรือบุคคล ใดตรวจพบผู้ใดเป็นโรคดังกล่าวมีหน้าที่ต้องรายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กฎหมายโรคติดต่อดังกล่าว มีจุดประสงค์ที่จะคุ้มครองสาธารณชนในการควบคุมโรค ดังนั้น กฎหมายโรคติดต่อจึงต้องนำมาใช้ บังคับเหนือกว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรานี้ การรายงานโรคติดต่อจึงไม่มีความผิดฐานเปิดเผย ความลับ นอกจากนั้น การเปิดเผยความลับแม้จะเป็นความผิด แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องคุ้มครองผู้อื่น ผู้นั้นก็อาจจะอ้างความจำเป็น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67 มาอ้างเพื่อไม่ต้องรับโทษได้ ตัวอย่าง การตรวจพบว่าบุคคลใดเป็นโรคเอดส์ หรือมีเชื้อเอดส์อยู่ในร่างกาย ถ้าแพทย์จะบอกคู่สมรส ของผู้นั้นให้รู้ถึงวิธีป้องกันการติดโรคเอดส์ เพื่อป้องกันชีวิตของคู่สมรสผู้นั้นย่อมจะอ้างความจำเป็น ตามกฎหมายได้ ดังนี้ “มาตรา 67 ผู้ใดกระทำความผิดด้วยความจำเป็น (1) เพราะอยู่ในที่บังคับ หรือภายใต้อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยง หรือขัดขืนได้ หรือ (2) เพราะเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นพ้นจากภยันอันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่สามารถ หลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตนมิได้ก่อให้เกิดขึ้น เพราะความผิดของตน ถ้าการกระทำนั้น ไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องได้รับโทษ” สรุปได้ว่า ความผิดเกี่ยวกับการเปิดเผยความลับนี้ มิใช่ความผิดเด็ดขาดมีเงื่อนไขที่ต้องนำมา พิจารณาหลายประการ ซึ่งอาจต้องพิจารณาถึงเงื่อนไขทางจริยธรรมประกอบด้วย 2.5) ความรับผิดทางอาญาที่เกิดจากการปฏิเสธการช่วยเหลือ “มาตรา 374 ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิตซึ่งตนอาจช่วยได้ โดยไม่ควร กลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น แต่ไม่ช่วยตามความจำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือ ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3