หนังสือ คำอธิบายกฎหมาย สำหรับพยาบาล
หนังสือกฎหมายสำหรับพยาบาล 49 ความผิดฐานไม่ช่วยผู้ตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิตตามความจำเป็น ซึ่งข้อนี้สภาการ พยาบาลก็ได้กำหนดข้อบังคับไว้สอดรับกัน อาทิ “ผู้ขอ 16 ผู้ประกอบวิชาชีพ ตองไม่ปฏิเสธการ ช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในระยะอันตรายจากการเจ็บป่วยเมื่อได้รับคําขอรองและตนอยู่ในฐานะที่จะช่วยได้” ซึ่งคาบเกี่ยวกับการกระทำโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลในความผิดต่อชีวิตและหรือ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการต่อไปด้วย กฎหมายมาตรานี้ประสงค์จะให้บุคคลทั่วไปช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เช่น เป็น เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตประจำสระน้ำซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง เห็นคนจมน้ำแต่กลับนิ่งเฉยหรือไม่ พยายามช่วยก็อาจเป็นความผิดเนื่องจาก “งดเว้น” การกระทำเพื่อป้องกันเหตุร้ายโดยตรง แต่ถ้า บุคคลนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรง สามารถเข้าไปช่วยได้แต่ไม่ช่วยเป็นความผิดอาญาเนื่องจาก “ละ เว้น”การกระทำ อย่างไรก็ดี การ“ละเว้น” เป็นเพียงหน้าที่พลเมืองดีเป็นความผิดลหุโทษที่มีโทษสถาน เบาเท่านั้น ซึ่งการ“ละเว้น”กระทำ ในมาตรานี้ก็ไม่ถือว่าเป็นการกระทำอันจะเป็นละเมิดตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์อีกด้วย เนื่องจากไม่ใช่การละเว้นการกระทำเมื่อมีหน้าที่ต้องกระทำเพื่อ ป้องกันผล (ฎีกาที่ 2600/2538) การพิจารณาในความผิดฐานละเว้น ตามมาตรา 374 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จะต้องพิจารณาประกอบกับหลักการในเรื่อง Good Samaritan Laws กล่าวคือ กฎหมายที่ป้องกันผู้ ซึ่งเข้าช่วยเหลือผู้อื่นที่บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการถูกฟ้องร้องหรือความผิดกฎหมายอย่างอื่น โดยที่ กฎหมายได้วางหลักให้ผู้ที่เข้าช่วยจะต้องกระทำการบางอย่างตามสมควร เช่น โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ของ รัฐ หลักการดังกล่าวได้มีการยอมรับในสหรัฐอเมริกาและบัญญัติไว้ในกฎหมายมลรัฐเกือบ 40 มลรัฐ อาจแบ่งออกเป็นสามประเภท ประเภทแรก กฎหมายวางหลักให้ต้องเข้าช่วยต่อเมื่อไม่เกิดผลร้าย ภัยพิบัติ หรือเป็นการ แทรกแซงหน้าที่ที่ผู้กระทำมีต่อผู้อื่น เช่น มลรัฐเวอร์มอนต์ วางหลักให้ผู้ที่ทราบว่าผู้อื่นกำลังได้รับ อันตรายอย่างรุนแรงต้องเข้าช่วย เว้นแต่ หากประเมินแล้วเห็นว่าอาจเกิดอันตราย ภัยพิบัติแก่ผู้กระทำ หรือเป็นการแทรกแซงหน้าที่ที่ผู้กระทำมีต่อผู้อื่น มลรัฐมินนิโซตา วางหลักให้ผู้ที่ทราบโดยฉุกเฉินว่า ผู้อื่นกำลังประสบอันตรายทางกายภาพอย่างรุนแรงจะต้องเข้าช่วยเหลือตามสมควร เว้นแต่การเข้า ช่วยนั้นอาจเกิดอันตราย หรือภัยพิบัติต่อผู้กระทำหรือผู้อื่น ประเภทที่สอง กฎหมายบังคับให้ต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ การแจ้งต่อเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไรเสียย่อมไม่ก่อผลร้ายภยันตราย หรือแทรกแซงหน้าที่ที่ผู้กระทำมีต่อผู้อื่นอยู่ในตัว มลรัฐที่ ยอมรับหลักการนี้ เช่น มลรัฐแมสซาชูเซตส์ วางหลักว่า ผู้ที่พบผู้อื่นตกอยู่ในอันตรายอันเกิดจาก อาชญากรรมต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ มลรัฐฟลอลิดาวางหลักให้ผู้พบเห็นผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประเภทที่สาม กฎหมายวางหลักให้ต้องเข้าช่วยและต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ รัฐ วิสคอนซิน เป็นมลรัฐเดียวที่วางหลักให้ผู้พบเห็นการทำอาชญากรรมจะต้องเข้าช่วยเหลือเหยื่อเท่าที่
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3