หนังสือ คำอธิบายกฎหมาย สำหรับพยาบาล

หนังสือกฎหมายสำหรับพยาบาล 55 คำแนะนำของแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหา การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” “การทำแท้ง” หมายถึง การกระทำด้วยวิธีใด ๆ เพื่อให้เกิดการแท้งของไข่นับตั้งแต่ที่ไข่ ผสมกับอสุจิแล้วฝังตัวที่ผนังมดลูกของหญิง ดังนั้น การใส่ห่วงคุมกำเนิดในโพรงมดลูกเพื่อป้องกันไข่ที่ ผสมกับตัวอสุจิมิให้เข้าฝังตัวในผนังมดลูกเพื่อให้ไข่นั้นถูกทำลายไปจึงยังไม่ถือว่าเป็นการทำแท้ง การ ทำลายตัวอ่อนที่เกิดจากการนำไข่และอสุจิออกมาผสมนอกร่างกายจึงยังไม่ถือเป็นการทำแท้ง เป็นต้น ถ้าเด็กคลอดออกมามีชีวิตแล้วถึงแก่ความตายไม่ใช่เป็นแท้งลูก “ทารกตายคลอด” หมายถึง การตายของทารกหรือผลผลิตของการตั้งครรภ์ก่อนที่จะ ออกมาจากมารดา โดยไม่คำนึงว่าการตั้งครรภ์นั้นเป็นระยะเวลาเท่าใดการตายของทารกดังกล่าว แสดงให้ปรากฏโดยที่เด็กเมื่อออกมาแล้วไม่หายใจ หรือไม่แสดงอาการของการมีชีวิตใด ๆ คือ หัว ใจเต้น ชีพจรเต้น หรือสายสะดือเต้น รวมทั้งการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ร่างกายบังคับได้ “สุขภาพของหญิง” ควรหมายรวมถึง สุขภาพทางกาย สุขภาพทางจิตใจและทางสังคม รวมทั้งทางปัญญาด้วย ดังนั้นกรณีรู้ว่าลูกพิการย่อมจะเกิด mental ill-being แล้ว เมื่อพิจารณาบทบัญญัติดังกล่าวแล้วเห็นว่า การทำแท้งเป็นการกระทำด้วยวิธีใด ๆ ให้ยุติ การตั้งครรภ์นับตั้งแต่ที่ไข่ผสมกับอสุจิแล้วฝังตัวที่ผนังมดลูกของหญิงแล้ว โดยการทำให้คลอดออกมา ที่เด็กไม่มีชีวิต เมื่อหญิงตั้งครรภ์ทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่แพทย์ทำให้ตนแท้งลูกขณะ มีอายุครรภ์เกินสิบสองสัปดาห์ ย่อมเป็นความผิดตามมาตรา 301 ผู้อื่นที่ไม่ใช่แพทย์ทำให้หญิงแท้งลูก โดยหญิงนั้นยินยอม ย่อมเป็นความผิดตามมาตรา 302 ผู้อื่นที่ไม่ใช่แพทย์ทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิง นั้นไม่ยินยอม ย่อมเป็นความผิดตามมาตรา 303 หากเพียงแต่พยายามกระทำความผิดตามมาตรา ๓๐๑ หรือมาตรา ๓๐๒ วรรคแรก ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ ส่วนองค์ประกอบความผิดในจิตใจนั้นให้ พิจารณาถึงเจตนาทำแท้งและรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำแท้ง ตามมาตรา 59 แต่ถ้าหากเป็นการทำ แท้งโดยแพทย์ตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา ข้อ 5 แห่งข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การ ปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2548 กล่าวคือ การยุติการตั้งครรภ์ของ แพทย์ ตาม ปอ. มาตรา 305 (1) แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้เป็นไปตามเงื่อนไขต่อไปนี้ 1) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากปัญหาสุขภาพทางกายของหญิงมีครรภ์ หรือ 2) จำเป็นต้องกระทำ เนื่องจากปัญหาสุขภาพทางจิตของหญิงมีครรภ์ เช่น วิกลจริต เป็นต้น ซึ่งจะต้องได้รับการรับรองหรือ เห็นชอบจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่มิใช่ผู้กระทำยุติการตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 คน ในกรณีหญิงมี ความเครียดอย่างรุนแรงเนื่องจากพบว่าทารกในครรภ์มีความเสี่ยงสูงที่จะมีความพิการอย่างรุนแรง หรือเป็นหรือมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคทางพันธุกรรมอย่างรุนแรงเมื่อหญิงนั้นได้รับการตรวจวินิจฉัย และการปรึกษาแนะนำทางพันธุศาสตร์และมีการลงนามรับรองในเรื่องดังกล่าวข้างต้นโดยผู้ประกอบ วิชาชีพเวชกรรมที่มิใช่ผู้กระทำยุติการตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 คน ให้ถือว่าหญิงมีครรภ์นั้นมีปัญหา สุขภาพจิต เป็นต้น แพทย์ผู้ทำแท้ง ย่อมไม่มีความผิดตามมาตรา 305

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3