หนังสือ คำอธิบายกฎหมาย สำหรับพยาบาล
68 หนังสือกฎหมายสำหรับพยาบาล การละเว้นในสิ่งที่กฎหมายมิได้บัญญัติให้กระทำหรือตนไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องกระทำ หา เป็นละเมิดไม่ ” 44 ดังนั้น ในการพิจารณาว่าผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลจะต้องรับผิดทางละเมิด ตามมาตรา 42 0 45 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือไม่นั้น ในระบบกฎหมายของไทย ถือเอาตามหลักเกณฑ์องค์ประกอบ 5 ประการ ได้แก่ 1) มีการกระทำต่อผู้อื่น 2) การกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ 3) โดยผิดกฎหมาย 4) ความเสียหาย 5) ความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลแห่งการกระทำ องค์ประกอบดังกล่าวอธิบายได้ ดังนี้ 1) มีการกระทำต่อบุคคลอื่น คำว่า “บุคคลอื่น” ความหมายว่า บุคคลนอกจากตัวผู้กระทำถือว่าเป็นบุคคลอื่นทั้งสิ้น คำว่า “กระทำ” มีความหมายได้ ๒ อย่าง คือ การกระทำตรง ๆ อย่างหนึ่งกับการกระทำโดย งดเว้นกระทำ อีกอย่างหนึ่ง คำว่า “การกระทำตรง” หมายความว่า การเคลื่อนไหวให้ร่างกายแสดงกริยา หรือแสดง พฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาให้เป็นที่เข้าใจได้ เช่น การพูด การพยักหน้า การชี้นิ้ว เป็นต้น และ ที่จะเรียกเป็นการกระทำได้นี้ ต้องเป็นการกระทำโดยรู้สึกตัวด้วย หากกระทำโดยไม่รู้สึกแล้วก็ไม่ถือว่า เป็นการกระทำ เช่น เด็กเล็กยังไม่รู้เดียงสา หรือคนนอนละเมอ เป็นต้น คำว่า “การกระทำโดยงดเว้นกระทำ” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีหน้าที่ต้องทำแต่มิได้ทำ เพื่อให้เกิดผลอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น หน้าที่ของบุคคลซึ่งจะงดเว้นมิได้นั้น มีอยู่ 4 ประการ ดังนี้ ประการแรก หน้าที่เกิดจากกฎหมาย หมายถึง หน้าที่อันกฎหมายบัญญัติให้บุคคลกระทำการ อย่างใดอย่างหนึ่ง หากไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับใด ๆ กำหนดให้บุคคลกระทำแล้วจะเรียกว่าบุคคล ใดบุคคลหนึ่งกระทำหรืองดเว้นกระทำให้ผู้อื่นเสียหายไม่ได้ ผู้ได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่ องจาก การที่บุคคลอื่นละเว้นโดยเขาไม่มีหน้าที่ต้องกระทำนั้น ผู้เสียหายจะเรียกร้องสิ่งใดจากเขาไม่ได้ แต่ถ้า มีกฎหมายบัญญัติให้กระทำแล้วไม่กระทำหากเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ผู้ได้รับความเสียหายก็ควรที่ จะได้รับชดใช้ 44 เอกณัฐ จิณเสน. (2548). ความรับผิดเพื่อละเมิดจากการทำโดยประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล (วิทยานิพนธ์นิติ ศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพมหานคร. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต. <https://libdoc.dpu.ac.th/thesis/113155.pdf> สืบค้นเมื่อ 8 มกราคม 2567. 45 “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทําละเมิด จําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3