หนังสือ คำอธิบายกฎหมาย สำหรับพยาบาล

หนังสือกฎหมายสำหรับพยาบาล 73 รักษาพยาบาลโจทก์อย่างไร แต่การที่นายแพทย์ดิลกทำการผ่าตัดแก้ไขอีก 3 ครั้ง แสดงว่าจำเลยที่ 2 ผ่าตัดมามีข้อบกพร่อง จึงต้องแก้ไข ยิ่งกว่านั้นการที่โจทก์ให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นแพทย์เชี่ยวชาญด้าน ศัลยกรรมด้านเลเซอร์ผ่าตัด แสดงว่าจำเลยที่ 2 มีหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังตามวิสัยและ พฤติการณ์เป็นพิเศษ แต่การที่จำเลยที่ 2 ผ่าตัดโจทก์เป็นเหตุให้ต้องผ่าตัดโจทก์เพื่อแก้ไขถึง 3 ครั้ง แสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่ใช้ความระมัดระวังในการผ่าตัดและไม่แจ้งให้ผู้ป่วยทราบถึงขั้นตอนการรักษา ระยะเวลา และกรรมวิธีในการดำเนินการรักษา จนเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย นับว่าเป็น ความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2 ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ทำละเมิดต่อโจทก์ ฎ. 4641/2551 ข้อเท็จจริงปรากฏว่านางสาว จ. รับราชการอยู่ในตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ ๔ ประจำตึกผู้ป่วย ใน มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบผู้ป่วยที่เข้ามาพักฟื้นหลังการผ่าตัด ส่วนนางสาว น. เป็นลูกจ้างชั่วคราวใน ตำแหน่งผู้ช่วยเหลือคนไข้และเป็นผู้จัดเตรียมกระเป๋าน้ำร้อนเพื่อให้ความอบอุ่นแก่โจทก์ โดยนางสาว น. ตอบคำถามทนายจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ รับว่า ได้นำมือโจทก์ไปกอดรัดกระเป๋าน้ำร้อนไว้ ต่อมา ๑๕ นาที โจทก์รู้สึกตัวร้องบอกนางสาว น. ว่าร้อนบริเวณหน้าอกตามคำเบิกความของโจทก์และเอกสาร ป.ล.๑ (ศาลแพ่งกรุงเทพใต้) แผ่นที่ ๕๙ นางสาว น. จึงได้ตรวจดูพบว่าเสื้อบริเวณปากกระเป๋าน้ำร้อน เปียกชื้น น่าเชื่อว่ามีน้ำรั่วซึมออกมาจากกระเป๋าน้ำร้อนซึ่งอาจเกิดจากปิดฝาจุกเกลียวกระเป๋าน้ำร้อน ไม่สนิทหรือมีการรั่วซึมบริเวณปากกระเป๋าน้ำร้อน โดยนางสาว น. ไม่ได้ตรวจสอบว่ากระเป๋าน้ำร้อน อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีและฝาจุกปิดสนิทดีหรือไม่ หลังจากวางกระเป๋าน้ำร้อนแล้วก็มิได้ตรวจสอบดู กระเป๋าน้ำร้อนว่าอยู่ในสภาพปกตีหรือไม่จนโจทก์ต้องร้องเรียกนางสาว น. นางสาว น. จึงแจ้งนางสาว จ. ซึ่ งได้ความจากคำเบิกความของนางสาว จ. ว่า หลังจากพบรอยแดงบริเวณหน้าอกโจทก์ ได้ โทรศัพท์แจ้งจำเลยที่ ๓ และรายงานให้จำเลยที่ ๓ ทราบเป็นระยะ ๆ อันแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ ๓ ซึ่ง เป็นแพทย์เจ้าของไข้ยังมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแลรักษาโจทก์อยู่ นางสาว จ. และนางสาว น. ดูแลรักษาบาดแผลโจทก์ตามคำสั่งของจำเลยที่ ๓ อีกทั้งจำเลยที่ ๓ ยังตอบคำถามค้านรับว่าตน ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบเมื่อโจทก์ได้รับบาดแผลน้ำร้อนลวก ดังนั้น การที่โจทก์ถูกน้ำร้อนลวกจึง เกิดจากการที่จำเลยที่ ๓ ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ไม่ได้ดูแลโจทก์อย่างใกล้ชิด และมิได้กำกับดูแล นางสาว น. และนางสาว จ. ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนให้ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอในการดูแล รักษาโจทก์ การกระทำของจำเลยที่ ๓ จึงเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อต่อโจทก์ ฎ.5018/2550 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 3 ได้ให้การรักษาทำคลอดแก่โจทก์ที่ 1 เป็นไปตาม มาตรฐานวิชาชีพการแพทย์แล้ว โดยคำนึงถึงสุขภาพของแม่และเด็กและจากการแทรกซ้อนที่อาจ เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เหตุที่เกิดขึ้นมิได้เกิดจากการตัดสินใจผิดพลาดของจำเลยที่ 3 ปัญหาดังกล่าวได้ ความจาก โจทก์ที่ 1 ว่า เมื่อไปถึงโรงพยาบาล พยาบาลได้พาโจทก์ที่ 1 ไปห้องคลอดและทำความ สะอาดร่างกายจากนั้นให้ โจทก์ที่ 1 นอนรอที่ห้องคลอด จนถึงเวลาประมาณ 10 นาฬิกา มีแพทย์

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3