หนังสือ คำอธิบายกฎหมาย สำหรับพยาบาล

78 หนังสือกฎหมายสำหรับพยาบาล จำเลยที่ 3 อ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า จำเลยที่ 3 เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขารังสีวินิจฉัย ก่อน ทำอัลตราซาวด์ จำเลยที่ 3 ทบทวนประวัติการฝากครรภ์ของโจทก์ที่ 1 ไม่พบความผิดปกติใด ๆ และ ไม่มีข้อบ่งชี้เป็นพิเศษ จำเลยที่ 3 จึงตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ในลักษณะตรวจคัดกรองทั่วไป เพื่อดู ว่าทารกในครรภ์มีความผิดปกติหรือไม่ ซึ่งพบว่าทารกมีการเจริญเติบโตอยู่ในเกณฑ์ปกติสอดคล้องกับ อายุครรภ์ การตรวจครรภ์ของโจทก์ที่ 1 ได้กระทำตามมาตรฐานวิชาชีพ วัตถุประสงค์ในการตรวจด้วย เครื่องอัลตราซาวด์ในกรณีของโจทก์ที่ 1 คือดูว่าทารกจะมีชีวิตอยู่รอดหรือไม่ มีความพิการของอวัยวะ ที่จะมีผลต่อชีวิตหรือไม่ เช่น สมอง กระดูกสันหลัง หัวใจ ท้อง ไต กระเพาะปัสสาวะ ส่วนกระดูกต้น ขา หากปกติดีไม่ต้องวัดส่วนที่เหลือ การตรวจอัลตราซาวด์อาจไม่เห็นอวัยวะทุกส่วนขึ้นอยู่กับท่าและ การเคลื่อนไหวของทารก แต่หากเป็นอวัยวะสำคัญต้องตรวจให้พบตามมาตรฐานแพทย์ต้องทำการ ตรวจจนพบ สำหรับกระดูกต้นขาของโจทก์ที่ 2 จำเลยที่ 3 ก็ตรวจพบและสามารถวัดความยาวได้ และมีนายแพทย์ดำรง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยามาเป็นพยานเบิกความว่า การ ตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ขณะอายุครรภ์ 17 ถึง 22 สัปดาห์ เพื่อดูว่าทารกมีชีวิต 1 หรือ 2 คน แฝดหรือไม่ ท่าของทารกเป็นอย่างไร ตำแหน่งของรก ปริมาณน้ำคร่ำ และดูความพิการของทารกที่ทำ ให้ไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ หรือมีชีวิตรอดแต่ไม่ดีก็จะคุยเรื่องทำแท้ง เป็นการตรวจตรงตามเกณฑ์ มาตรฐานของการตรวจคัดกรองระยะครรภ์ 17 สัปดาห์ กรณีของโจทก์ที่ 1 หากพบความพิการก็ไม่ สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ นอกจากนั้น มีแพทย์หญิงจิราพร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวินิจฉัย พยาน จำเลยทั้งสามเบิกความว่าการตรวจอัลตราซาวด์ของโจทก์ที่ 1 โดยจำเลยที่ 3 เปรียบเทียบกับ มาตรฐานของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยและของประเทศสหรัฐอเมริกาถือว่าครบ มาตรฐานเบื้องต้น เห็นว่า แม้จำเลยทั้งสามมีนายแพทย์ดำรง และแพทย์หญิงจิราพรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านรังสีวินิจฉัยเป็นพยานเบิกความสนับสนุนคำเบิกความของจำเลยที่ 3 ว่า จำเลยที่ 3 ทำหน้าที่ใน การตรวจวินิจฉัยครรภ์โจทก์ที่ 1 ตรงตามเกณฑ์มาตรฐานของการตรวจคัดกรองระยะครรภ์ 17 ถึง 18 สัปดาห์ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากบันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ซึ่งระบุว่า “การตรวจอัลตราซาวด์ในหญิงตั้งครรภ์เพื่อหาความผิดปกติของทารกในครรภ์สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ ตามมาตรฐานที่สมาคมอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ (ไทย) ให้ความเห็น โดยอ้างอิงมาตรฐาน ที่ใช้ในประเทศที่พัฒนาแล้ว และการตรวจระดับ 1 เป็นการตรวจคัดกรองอย่างง่ายโดยแพทย์ที่มี ความรู้ทางอัลตราซาวด์ทั่วไปสามารถตรวจได้ กล่าวคือ ดูจำนวนทารก การมีชีวิตของทารก การ ประมาณอายุครรภ์ ปริมาณน้ำคร่ำ ส่วนนำของทารก ตำแหน่งทารก และความพิการบางอย่างที่ สามารถเห็นได้ง่าย” ซึ่งแสดงว่าการตรวจระดับ 1 ได้ตรวจเพียงเพื่อให้ทราบถึงการมีชีวิตของทารก เท่านั้น แต่ต้องการตรวจเพื่อให้ทราบถึงความพิการบางอย่างของทารกที่สามารถเห็นได้ง่ายด้วย ประกอบตามใบรายงานผลการตรวจครรภ์ ระบุว่า จำเลยที่ 3 ให้ความเห็นในการตรวจว่า “ทารกมี ชีวิต เพศชาย บุตรในครรภ์ 1 คน รกอยู่ด้านหลังของมดลูก ปริมาณน้ำคร่ำปกติ ลักษณะลำตัว ตับ กระเพาะอาหาร ไต กระเพาะปัสสาวะ ลำคอ และกระดูกสันหลังของทารกปกติ ความหนาของผนังคอ

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3