หนังสือ คำอธิบายกฎหมาย สำหรับพยาบาล

80 หนังสือกฎหมายสำหรับพยาบาล แล้ว ผู้เสียหายย่อมไม่มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนแต่อย่างใด ส่วนความเสียหายตามมาตรา 420 นั้น มุ่งหมายถึงความเสียหายอันเกิดแต่การละเมิดสิทธิเด็ดขาด คือ ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดและเป็นความเสียหายที่แน่นอนทั้งไม่ไกลเกินเหตุด้วย 5) ความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลแห่งการกระทำ ในหัวข้อนี้จะอธิบายหลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลแห่งการกระทำตามทฤษฎี เงื่อนไข และทฤษฎีมูลเหตุเหมาะสม ซึ่งทั้งสองทฤษฎีนี้นำมาใช้พิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำ และผลในการกระทำละเมิด โดยจะขอแยกอธิบายดัง นี้ 52 5.1) ทฤษฎีเงื่อนไข ทฤษฎีเงื่อนไขหรือทฤษฎีความเท่ากันแห่งเหตุ ตามหลักแห่งทฤษฎีนี้การที่จะวินิจฉัยว่ามี ความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลหรือไม่นั้น มีหลักในการพิจารณาอยู่ว่าความเสียหายนั้นต้อง เป็นผลโดยตรงที่เกิดจากการกระทำของผู้ทำละเมิด ซึ่งการจะวินิจฉัยว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเป็น ผลโดยตรงจากการกระทำละเมิดหรือไม่นั้น ทำได้โดยการตั้งคำถามขึ้นว่าหากไม่มีการกระทำละเมิด นั้นเกิดขึ้นแล้ว ผลเสียหายที่ผู้เสียหายได้รับนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าคำตอบคือหากไม่มีการกระทำ ละเมิดนั้นเกิดขึ้นแล้ว ผลเสียหายที่ผู้เสียหายได้รับนั้นจะไม่เกิดขึ้น ถือว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเป็น ผลโดยตรงจากการกระทำของผู้ทำละเมิดซึ่งผู้ทำละเมิดต้องรับผิด ดังนั้นในทางกลับกันแม้ว่าจะไม่มี การกระทำของผู้ทำละเมิดเกิดขึ้นความเสียหายก็ยังคงเกิดขึ้นกับผู้เสียหายอยู่ดี ถือว่าความเสียหายนั้น ไม่ใช่ผลโดยตรงของการกระทำละเมิดนั้น ผู้ละเมิดไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนความ เสียหายที่เกิดจากการกระทำละเมิดนั้น ในความเป็นจริงแล้วไม่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้นจากการกระทำ ละเมิดเพียงเหตุเดียวหรือผู้ทำละเมิดเพียงคนเดียวเป็นผู้กระทำ แต่อาจเกิดจากการกระทำละเมิด หลายการกระทำของผู้ทำละเมิดหลายคนซึ่งผลจากการกระทำละเมิดเมื่อนำมารวมกันแล้วก่อให้เกิด ความเสียหายขึ้นกับผู้เสียหาย หรือเกิดจากการกระทำละเมิดรวมกับเหตุอื่นที่ไม่ใช่การละเมิดแล้วเกิด ความเสียหายขึ้นก็ได้ หากว่าเป็นในกณีที่มีผู้ทำละเมิดหลายคนและผลจากการกระทำละเมิดของแต่ละ คนมารวมกันก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นต่อผู้เสียหายแล้วนั้น ผู้ทำละเมิดแต่ละคนนั้นมีความรับผิดใน ความเสียหายที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งในการรับผิดในผลเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นไม่ต้องคำนึงถึงการ กระทำของผู้ทำละเมิดอื่นที่ก่อให้เกิดความเสียหายนั้น เนื่องจากหากว่าไม่มีการกระทำของผู้ทำละเมิด คนใดคนหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว ผลเสียหายที่ผู้เสียหายได้รับนั้นก็จะไม่เกิดขึ้น จึงถือว่าการกระทำของผู้ทำ ละเมิดแต่ละคนนั้นมีน้ำหนักในการก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นเท่า ๆ กัน ไม่ว่าผู้ทำละเมิดคนใดก็มี ความรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นนั่นเอง สำหรับขอบเขตความรับผิดของผู้ทำละเมิดนั้นอาจเกิด 52 พลสิทธิ์ จิระสันติมโน. (2558). การกระทำและผลในกฎหมายอาญา: ศึกษาแนวคำพิพากษาของศาลฎีกาของไทยและต่างประเทศ (วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพมหานคร. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. <https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2015/TU_2015_5601031718_2696_2647.pdf> สืบค้นเม ื่อ 20 มกราคม 2567.

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3