รายงานการประชุมวิชาการระดับชาติทางนิติศาสตร์-ครั้ง-2-เล่ม-1
35 กระทบด้านลบกับผู้ป่วยโดยตรง ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ดังนั้น การให้ผู้ป่วยได้มีสิทธิ์ในการเลือกที่จะ ตายนั้น นอกจากจะตอบสนองต่อความต้องการผู้ป่วยโดยตรงแล้ว ยังทาให้ผู้ป่วยสามารถวางแผนชีวิตได้ ถึงแม้จะเป็นเพียงเวลาอันสั้นก็ตาม อีกทั้ง รายจ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็จะลดน้อยลงไป บุคคลใน ครอบครัวย่อม สามารถนาค่าใช้จ่ายส่วนนี้มาดาเนินชีวิตต่อไป ในขณะที่สังคมและบุคคลอื่นก็สามารถได้ประโยชน์ร่วมกันใน แง่ของโอกาสในการใช้อุปกรณ์การแพทย์เพื่อช่วยเหลือชีวิตที่มีโอกาสรอดมากกว่าตามความจาเป็น ลดการ สิ้นเปลืองทรัพยากรทางการแพทย์ ทั้งในแง่ค่าใช้จ่าย เวลา ต้นทุนที่มองไม่เห็นลดน้อยลงไป บทสรุป ผู้เขียนคิดว่า สิทธิในการตายย่อมเป็นสิทธิและทางเลือกของตนเอง หากผู้ป่วยเป็นโรคร้ายที่ยากในการ รักษา ก็ย่อมถือเป็นสิทธิของผู้ป่วยเองที่จะเลือก การุณยฆาตตนเองได้ แต่เมื่อพูดถึงการุณยฆาตในสังคมไทย นั้น ย่อมยังไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมไทย เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมพระพุทธศาสนาเป็นส่วนมาก จึงมักจะมี ความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป หากผู้ป่วยมีความประสงค์ที่จะการุณยฆาตตนเองแล้วนั้น ควรที่จะได้รับ ความยินยอมจากแพทย์ ผู้รักษาดูแล รวมถึงครอบครัวของผู้ป่วยเองด้วยเช่นกัน การทาการุณยฆาตไม่ได้ให้ สิทธิเพียงแค่ผู้ป่วยในการตัดสินใจเท่านั้น ซึ่งจากที่อธิบายมาข้างต้นนั้นการการุณยฆาตย่อมถือเป็นสิทธิในการ ตายของผู้ป่วยที่มีสิทธิเลือก ดังนั้น ผู้เขียน จึงมีความคิดเห็นที่ว่า หากผู้ป่วยต้องการที่จะทาการุณยฆาตตนเอง นั้น ก็ย่อมได้ หากแต่ต้องได้รับความยินยอมจากแพทย์และญาติๆ ของผู้ป่วยเอง ซึ่งนอกจากกรณีที่ผู้ป่วยได้มี สิทธิในการตัดสินใจแล้วนั้น ยังมีกรณีที่ผู้ป่วยตาย ในทางการการแพทย์ ซึ่งเป็นการตายของสมอง ผู้ป่วยไม่ สามารถตัดสินใจที่จะมีชีวิตอยู่หรือตายไปเองได้ ดังนั้น จึงมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับสิทธิในการทาการุณยฆาตของ ผู้ป่วยกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถแสดงความยินยอมการมีชีวิตรอดต่อไปได้ กรณีนี้ ทางผู้เขียนมีความคิดเห็นที่ว่า สิทธิการมีชีวิตรอดนั้น สมควรเป็นตัวผู้ป่วยเองที่จะตัดสินใจ หากผู้ป่วยไม่สามารถแสดงความยินยอมในการมี ชีวิตรอดแพทย์ผู้รักษา และครอบครัวย่อมต้องคิดว่าความต้องการของผู้ป่วยเป็นความต้องการที่จะมีชีวิตรอด ต่อไป เนื่องจากมนุษย์ทุกคนย่อมต้องการดาเนินชีวิตตามปกติ ดังนั้น สิทธิที่แท้จริงย่อมตกเป็นของผู้ป่วยเอง แพทย์ผู้รักษามีหน้าที่เพียงทาการรักษาผู้ป่วยให้ดีที่สุด ในความสามารถที่ตนมี และ ครอบครัวย่อมต้องยอมรับ ในการมีชีวิตรอดของผู้ป่วยต่อไป องค์ความรู้ใหม่ กรณีที่ทางผู้เขียนต้องการจะยกประเด็นพิจารณา คือในกรณีที่ผู้ป่วยมิได้ป่วยเป็นโรคร้ายแรง ซึ่งอาจจะ ป่วยทางจิตใจ และต้องการที่จะทาการการุณยฆาตตนเอง จากกรณีนี้ ตามที่ผู้เขียนได้อธิบายไปตั้งแต่ต้น ว่าสิทธิ การตายนั้นเป็นของตนเอง ซึ่งหากในกรณีนี้ ผู้ป่วยย่อมมีสิทธิที่จะทาการการุณยฆาตได้ เนื่องจากผู้ป่วยไม่ ต้องการที่จะดารงชีวิตต่อไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม การการุณยฆาตนั้นก็ควรอยู่บนพื้นฐานที่ว่าผู้ป่วยนั้นไม่สามารถ ดารงชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างปกติสุข หากเป็นกรณีที่ไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงทางสภาวะจิตใจ หรือยังมีหนทาง
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3