รายงานการประชุมวิชาการระดับชาติทางนิติศาสตร์-ครั้ง-2-เล่ม-2
658 2.1 กระบวนการคุ้มครองคนไร้ที่บ้าน เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเรียกว่าทีมสหวิชาชีพได้รับแจ้งหรือพบเห็นคนไร้ที่พึ่ง ให้ทีมสหวิชาชีพส่งตัวคนไร้ที่พึ่งนั้นไปยังสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหรือศูนย์คุ้มครองคนไรที่พึ่ง เพื่อเข้าสู่กระบวนการ คัดกรองและเข้ารับการประเมินสภาพปัญหาข้อเท็จจริงรวมทั้งความต้องการของคนไร้ที่พึ่งและตรวจสุขภาพคัด กรองคุณลักษณะ ประเมินสุขภาพกายและสุขภาพจิตรวมไปถึงคัดกรองโรคติดต่อต่างๆ ตัวอย่างเช่น HIV วัณโรค ไวรัสตับอักเสบ เป็นต้น ก่อนที่จะได้เข้ารับการคุ้มครองทุกราย เนื่องจากโรคติดต่อเป็นโรคที่ไม่สามารถควบคุมได้ เมื่ออยู่ในสถานสงเคราะห์ซึ่งอาจทาให้เกิดโรคระบาดได อีกทั้งกลุ่มโรคติดต่อเป็นโรคเฉพาะที่ พระราชบัญญัติคนไร้ ที่พึ่งกาหนดไว้ว่าห้ามมี ถ้าหากตรวจพบว่า คนไร้ที่พึ่งมีโรคติดต่อก็จะต้องส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเพื่อให้อยู่ใน กระบวนการรักษาไปจนกว่าไม่สามารถแพร่เชื้อโรคได้ถึงจะสามารถส่งเข้ารับการคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติคนไร้ ที่พึ่งได้และหากในกรณีคนไร้ที่พึ่งที่มีโรคทางกายซ้าซ้อนกับโรคทางจิตจะต้องมีแพทย์อย่างน้อยสองคน ได้แก่ แพทย์ ทางกาย ตามพระราชบัญญัติสุขภาพและแพทย์ทางจิต ทาการประเมินหากประเมินแล้วว่าคนไร้ที่พึ่งที่มีอาการปุวย เป็นโรคติดต่อและมีอาการปุวยทางจิต แต่สามารถควบคุมดูแลได้แพทย์ที่ทาการประเมินก็จะต้องรับรองในใบรับรอง แพทย์ว่าสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ เมื่อสิ้นสุดกระบวนการรักษาทางโรงพยาบาลก็จะประสานมายังสถานคุ้มครอง คนไร้ที่พึ่งหรือศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เพื่อนาคนไร้ที่พึ่งเข้าสู่กระบวนการคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองคน ไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 ในการคัดกรอง จัดบริการปัจจัยสี่ไม่เกิน 45 วัน สืบเสาะสภาพปัญหา ฟื้นฟู และให้ที่พักชั่วคราว กับคนไร้ที่พึ่ง ให้ความรู้ด้านสิทธิสวัสดิการ ฝึกทักษะสร้างอาชีพ และทาการประเมินเพื่อส่งต่อไปยัง สถาน สงเคราะห์ หรือ ส่งกลับภูมิลาเนา หรือ สถานประกอบการเป็นรายกรณีไป [4] แต่อย่างไรก็ดีเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 กระบวนการดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมปัญหาคนไร้ที่พึ่ง เนื่องจากการเข้ารับการคุ้มครองเพียง 45 วันไม่สามารถแก้ไข ปัญหาหรือแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดตามความต้องการของคนไร้บ้านได้ การส่งกลับภูมิลาเนาโดยที่รัฐไม่สามารถรองรับ ปัจจัยสี่ ให้กับกลุ่มคนไร้บ้านได้ เนื่องจากรายได้เป็นปัจจัยที่สาคัญในการดารงชีวิต จึงเป็นสาเหตุให้กลุ่มคนดังกล่าว กลับเข้าสู่วงจรคนไร้บ้านอีกครั้ง 2.2 ปัญหาด้านกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 การช่วยเหลือแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านไม่สามารถนาพระราชบัญญัติคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 มาบังคับ ใช้ได้อย่างครอบคลุม โดยจะต้องอาศัยกฎหมายอื่นมาใช้บังคับสนับสนุนร่วมเพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาและลด ความเหลื่อมล้า อีกทั้งเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คนไร้บ้าน ซึ่งการใช้กฎหมายคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งอาจจะใช้ กฎหมายอื่นๆมาสนับสนุนได้ เช่น พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 และพระราชบัญญัติ ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 [5]
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3