เอกสารประชุมวิชาการระดับขาติมหาวิทยาลัยทักษิณ ครั้งที่ 28 2561
2056 การประชุมวิชาการระดับชาติมหาวิทยาลัยทักษิณ ครั้งที่ 28 ประจ�าปี 2561 เพราะฉะนั้น การบรรเลงที่เรียกได้ว่าเดี่ยว จึงมิใช่หมายความแคบė เพียงบรรเลงเดี่ยวเท่านั้น ที่จะเรียกเดี่ยวได้ แท้จริงนั้น ทาง ( การดาเนินทานอง ) ก็ควรที่ให้เหมาะสมกับที่จะบรรเลงเดี่ยว เช่น มีโอดพ้น หรือมีวิธีการโลดโผนพลิกแพลง ต่างė ตามสมควรแก่เครื่องดนตรีชนิดนั้นด้วย เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ทั้ง 3 ที่กล่าวมา (บčญíรรม êราโมท.2481:12 ) ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการบรรเลงเดี่ยวนี้จะต้องอาศัยความสามารถในระดับสูงของผู้บรรเลงมากกว่าลักษณะการบรรเลง บทเพลงธรรมดาทั่วėไป แต่กว่าทีผู้บรรเลงจะมีฝŘมาถึงในระดับนี้ได้นั้นจะต้องผ่านการร่าเรียน ฝřกฝน บวกกับกา รหา ประสบการณ์ให้กับตัวเอง จึงจะทาให้ผู้บรรเลงพัçนาทักษะฝŘมือของตนเองจนถ่ายทอดผลงานเดี่ยวได้อย่างเต็มประสงค์ ระนาดเอก เป็นเครื่องดนตรีดาเนินทานองประเภทเครื่องตี ที่วิวัตนาการมาจากกรับ แต่เดิมคงใช้ไม้กรับ 2 อัน ตีเป็นจังหวะ ต่อมาเกิดความคิดใหม่จึงนาไม้กรับหลายอันมาเรียงกันแล้วตี เสียงที่ได้ ôŦงดูหยาบ จึงคิดทาไม้รองเป็นราง เมื่อเกิดความชานาญขึ้นจึงทาไม้กรับให้มีขนาดลดหลั่นกัน และทารางรองไว้เพื่อให้อุ้มเสียง จากนั้นใช้เชือกร้อยไม้กรับที่มีขนาด ต่างėให้ติดกัน แขวนอยู่บนรางใช้ไม้ตีเกิดเสียงที่กังวาน สามารถบรรเลงเป็นทานองได้ จากนั้นการประดิษฐ์ได้มีการแก้ไขตัดแต่ง และใช้ขี้ผึ้งผสมกับตะกั่ว ติดหัวท้ายของไม้กรับ ทาให้เกิดเสียงที่ไพเราะมากขึ้น จึงเรียกชื่อเครื่องดนตรีชนิดนี้ว่า “ระนาดķ ต่อมามีการประดิษฐ์ระนาดอีกชนิดหนึ่งขึ้น มีเสียงนุ่มและทุ้มกว่า จึงเรียกระนาดใหม่นั้นว่า “ระนาดทุ้มķ และเรียกระนาดอย่าง เก่าว่า “ระนาดเอก”ทาหน้าที่เป็นผู้นาอยู่ในวงปŘũพาทย์ การเริ่มเล่นเพลงหรือเปลี่ยนเพลงทั้งวงจะยึดแนวทางของระนาดเอก นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องดนตรีชิ้นสาคัญในการผสมวง เช่น วงปŘũพาทย์ เครื่องห้า ปŘũพาทย์เครื่องคู่ ปŘũพาทย์มอญ ปŘũพาทย์นางหงส์ หรือแม้แต่วงมโหรี ต่างก็ใช้ระนาดเอกเป็นหลักทั้งสิ้น (ราชบัณæิêยสëาน 2540: 133-135) บทเพลงที่จะเรียกว่าเพลงเดี่ยวได้นั้น จะต้องมีชั้นเชิงในระดับสูงเป็นที่ยอมรับในวงการดนตรี และเป็นเพลงที่จัด ประเภทไว้ในกลุ่มของเพลงเดี่ยว ส่วนใหญ่เป็นเพลงที่อยู่ในอัตราจังหวะ 2 ชั้น และ 3 ชั้น เพราะมีความยาวเหมาะสมสามารถ ขยายรูปแบบการประดิษฐ์ทานองและสร้างเพลงที่มีความซับซ้อนได้ เช่น เพลงนกขมิ้น เพลงพญาโศก เพลงสารถี เพลงแขก มอญ เพลงต่อยรูป เป็นต้น ต่อมาจึงมีการนิยมนาเพลงเถามาประดิษฐ์เป็นทางเดี่ยวกันมากขึ้น ครูได้แต่งขึ้นสาหรับบรรเลง เดี่ยวเพื่อโชว์ฝŘมือในการบรรเลง ซึ่งได้แก่ เพลงพญาโศก เพลงอัตราจังหวะสองชั้น ทานองเก่าสมัยอยุธยา เป็นเพลงแรกในเพลง เรื่องพญาโศก ใช้ประกอบการแสดงละครในบทโศกเศร้า มี 6 เพลง คือ เพลงพญาฝŦน เพลงพญาโศก ท้ายพญาโศก พญาตรึก พญาราพึง และพญาครวญ พระประดิษฐไพเราะ (ครูมีแขก) ได้แต่งขยายขึ้นเป็นอัตราจังหวะสามชั้นเมื่อปลายสมัยรัชกาลที่ 4 สาหรับใช้เพลงบรรเลงและขับร้องในวงมโหรีและวงปŘũพาทย์ นอกจากนี้ พระประดิษฐไพเราะ (ครูมีแขก) ยังได้นามาประดิษฐ์ เป็นเพลงทางเดี่ยว ซึ่งนักดนตรีสมัยต่อมายึดเป็นแบบฉบับในการเดี่ยวด้วยเครื่องดนตรีต่างė ทุกชนิด เช่น พระยาภูมีเสวิน (จิตร จิตตเสวี) แต่งสาหรับเดี่ยวซอสามสาย จางวางทั่ว พาทยโกศล แต่งสาหรับเดี่ยวÛ้องวงใหญ่ ระนาดเอก นายสอน วงÛ้อง แต่ง สาหรับเดี่ยวÛ้องวงใหญ่ เป็นต้น นอกจากนี้ จ่าเอกกมล (เจียน) มาลัยมาลย์ ได้แต่งทานองสาหรับเดี่ยวระนาดเอกโดยขยายเป็น สี่ชั้น (บางแห่งเรียกว่าหกชั้น) ครูไชยะ ทางมีศรี เป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชาดนตรีไทย ทั้งในด้านทùษãี การปäิบัติและการประพันธ์เพลง มีความ แตกฉานในศาสตร์แห่งดนตรีไทยอย่างลึกซึ้ง มีความสามารถสูงในการบรรเลงระนาดเอกอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะ การบรรเลงเดี่ยวระนาดเอก ครูไชยะ ทางมีศรี เริ่มเรียนดนตรีไทยเมื่ออายุได้ 7 ปŘ กับบิดา และต่อมาได้เรียนเพิ่มเติมกับครูรวม พรหมบุรี โดยได้เรียนเพลงประเภทต่างėไว้ รวมทั้งเดี่ยวเครื่องมือระนาดเอกด้วย ต่อมาได้เรียนเพิ่มเติมกับครูบุญยงค์ เกตุคง
Made with FlippingBook
RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3