เอกสารประชุมวิชาการระดับขาติมหาวิทยาลัยทักษิณ ครั้งที่ 28 2561

30 การประชุมวิชาการระดับชาติมหาวิทยาลัยทักษิณ ครั้งที่ 28 ประจ�าปี 2561 ตารางที่ 3 แสดงคาการนําไฟฟาที่ทําใหรอยละการงอกสะสมลดลงรอยละ 50 (EC 50 ) ของไผปา (Thorny bamboo BamBusa bambos (L.) Voss), ไผรวก (Monastery bamboo Thyrsostachys siamensis Gamble) และไผซางนวล (white bamboo Dendrocalamus membranaceus Munro) species EC 50 (ds/m) P-value Thorny bamboo ( BamBusa bambos (L.) Voss) 1.80 0.028 Monastery bamboo ( Thyrsostachys siamensis Gamble) 16.27 0.001 White bamboo ( Dendrocalamus membranaceus Munro) 0.02 NS(0.830) ***หมายเหตุ คา P-value ที่แสดงคาทดสอบทางสถิติของเสนความชัน (slope) ในสมการของคาการงอกสะสมในแตละระดับความ เขมขนตาง ė (dosage response) โดย H0 คาความชันมีคา 0 (เสนสมการไมสามารถนํามาอธิบายได) ที่ระดับนัยสําคัญทางสถิติที่ 0.05 โดยคาที่มากกวา 0.05 หมายถึงยอมกับ H0 โดย ĶNSķ หมายถึงไมมีนัยสําคัญทางสถิติ (non-significant) ระยะเวลาเÞลี่ยในการงอกของเมล็ด (MGT) พบวาเวลาเÞลี่ยในการงอกของเมล็ดไผปาและไผรวกชาลงอยางมี นัยสําคัญทางสถิติเมื่อความเขมขนของโซเดียมคลอไรดสูงขึ้น ซึ่งไผรวกใชเวลาเÞลี่ยในการงอกของเมล็ดประมาณ 3 - 5 วัน สวนไผปาใชเวลา 4 - 8 วัน ในขณะที่ไผซางนวลมีระยะเวลาในการงอกที่แตกตางอยางไมมีนัยสําคัญทางสถิติ ความเร็วใน การงอกของเมล็ด (GSP) เปนคาผกผันกับระยะเวลาในการงอก (MGT) พบวาความเร็วในการงอกของเมล็ดไผปาและไผรวก จะลดลงอยางมีนัยสําคัญทางสถิติเมื่อระดับความเขมขนของโซเดียมคลอไรดสูงขึ้น ซึ่งไผรวกมีความเร็วในการงอกของเมล็ด รอยละ 22 – 34 สวนไผปามีความเร็วในการงอกของเมล็ดรอยละ 14 -26 ในขณะที่ไผซางนวลมีความเร็วในการงอกของ เมล็ดในแตละระดับความเขมขนแตกตางอยางไมมีนัยสําคัญทางสถิติ ความไมแนนอนในการงอกของเมล็ด (UNC) พบวา ความไมแนนอนในการงอกของเมล็ดไผปาและไผซางนวลลดลงอยางมีนัยสําคัญทางสถิติเมื่อความเขมขนของโซเดียมคลอ ไรดสูงขึ้น โดยไผปามีคาความไมแนนอนในการงอกของเมล็ดสูงที่สุด อยูในชวง 1.5 – 2.4 บิต สวนไผซางนวลมีคาความ แนนอนในการงอกอยูในชวง 0.4 – 1.9 บิต แตละระดับความเขมขนของโซเดียมคลอไรดแตกตางจากระดับควบคุมอยางมี นัยสําคัญทางสถิติ แสดงใหเห็นวาเมื่อระดับโซเดียมคลอไรดเพิ่มขึ้นหรือความเค็มเพิ่มไผปาและไผซางนวลมีความไม แนนอนในการงอกใกลเคียงกันเนื่องจากเมล็ดไมงอก ในขณะที่ไผรวกมีความไมแนนอนแตกตางอยางไมมีนัยสําคัญทาง สถิติเมื่อความเขมขนของโซเดียมคลอไรดสูงขึ้น แสดงวาระดับโซเดียมคลอไรดที่สูงขึ้นไมมีผลตอความไมแนนอนในการงอก ของเมล็ดไผรวกเนื่องจากเมล็ดงอกไดใกลเคียงกันในทุกระดับ การงอกพรอมกันของเมล็ด (S:N) พบวามีแคไผปาเทานั้นที่ คาการงอกพรอมกันของเมล็ดลดลงอยางมีนัยสําคัญทางสถิติเมื่อไดรับความเขมขนของโซเดียมคลอไรดที่สูงขึ้นจากระดับ ควบคุม ซึ่งมีแสดงวาความเขมขนของโซเดียมคลอไรดหรือความเค็มทําใหเมล็ดไผปางอกไดไมพรอมกัน ในขณะที่ไผรวก และไผซางนวลมีคาการงอกพรอมกันของเมล็ดแตกตางกันอยางไมมีนัยสําคัญทางสถิติเมื่อความเขมขนของโซเดียมคลอไรด สูงขึ้น แสดงวาความเขมขนของโซเดียมคลอไรดไมไดสงผลใหเมล็ดไผรวกและไผซางนวลงอกไมพรอมกัน เมื่อพิจารณาการกระจายของขอมูลระยะเวลาเÞลี่ยในการงอกของเมล็ด จากความแปรปรวนของระยะเวลาเÞลี่ย การงอกของเมล็ด (VGT), สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระยะเวลาเÞลี่ยการงอกของเมล็ด (SDG) และสัมประสิทธิĝความ

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3