รายงานฉบับสมบูรณ์ การเลี้ยงแพะหวะแก้จน จังหวัดพัทลุงโมเดล

15 รูปสดและหมัก แต0การหมักจะทำให=สูญเสียคุณค0าทางโภชนะลงมาก การผลิตฝIกอ0อนนี้จะได=เปลือกฝIกสูง 80- 90% ของทั้งฝIก นับว0ามีปริมาณมาก แต0เนื่องจากปIจจุบันมีความต=องการใช=กันมาก จึงมีการซื้อขายกัน เช0น บางแห0งขายในราคาตันละ 200 บาท หรือกิโลกรัมละ 20 สตางคS ในแหล0งผลิตที่มีปริมาณเปลือกฝIกข=าวโพด อ0อนมาก อาจเก็บถนอมไว=ในรูปหมัก แต0เพราะเปลือกฝIกข=าวโพดอ0อนนี้มีความชื้นสูง อาจได=พืชหมักที่ คุณภาพไม0ดี วิธีแก=ไขควรหมักร0วมกับ มันเส=นบด, รำ หรือข=าวโพดบด โดยใช=ผสมลงไปประมาณ 20% ของ น้ำหนักเปลือกสด เพื่อเพิ่มปริมาณวัตถุแห=งของพืชหมัก ตลอดจนเพิ่มคุณค0าทางอาหาร 2. ต=นข=าวโพดฝIกอ0อน วัสดุเศษเหลืออีกชนิดหนึ่งของการทำข=าวโพดฝIกอ0อน เปcนส0วนเหลือที่มี ปริมาณมากเกือบ 3 เท0าของผลผลิตฝIก ต=นข=าวโพดฝIกอ0อนยังคงมีความเขียวสด มีคุณค0าทางอาหารที่ค0อนข=าง ดี คือ โปรตีน 9.90% โดยน้ำหนักแห=ง เปcนแหล0งอาหารหยาบสำหรับโค-กระบือ ใช=ได=ทั้งในรูปสด-หมัก และ สัตวSจะกินได=มากถ=าสับหรือหั่นให=เปcนชิ้นเล็กลง ใช=ร0วมกับหญ=าสดหรือใช=ต=นและเปลือกฝIกข=าวโพดผสมกันก็ได= เฉลี่ยโคจะกินได=เต็มที่ประมาณ 25-35 กก./ตัว/วัน การเก็บถนอมต=นข=าวโพดนิยมทำในรูปหมัก วิธีการทำ เช0นเดียวกับการทำหญ=าหมัก ถ=าความชื้นในต=นข=าวโพดมีประมาณ 25-30% การหมักอาจไม0ต=องเติมวัสดุอื่น เพื่อดูดซับความชื้นเลยก็ได= จากการศึกษาการหมักโดยไม0เติมสารใด ๆ ต=นข=าวโพดหมัก (อายุ 50-55 วัน) จะมี วัตถุแห=ง 25% โปรตีน 7.3% ไขมัน 2.9% มีสีเขียวอมเหลือง กลิ่นหอมและน0ากิน ถ=าต=นข=าวโพดมีความชื้นสูง การหมักอาจเติมรำ หรือข=าวโพดบด ประมาณ 5% ของน้ำหนักต=นข=าวโพดสด เพื่อเพิ่มความน0ากินและวัตถุ แห=งให=สูงขึ้นได= 3. ต=นข=าวโพดหวาน เปcนเศษวัสดุเหลือใช=ที่น0าสนใจอีกชนิดหนึ่ง ต=นข=าวโพดหวานสามารถปลูกได= ตลอดปNโดยเฉพาะในแหล0งที่มีน้ำและดินอุดมสมบูรณS ทั่วไปนิยมปลูกในหญ=าฝน การเก็บเกี่ยวฝIกข=าวโพด หวาน กระทำเมื่อต=นมีอายุประมาณ 75-85 วัน ซึ่งต=นและใบยังเขียวอยู0 จึงสามารถนำเอามาเปcนแหล0งอาหาร หยาบเลี้ยงสัตวSได=อย0างดี แม=จะมีวัตถุแห=งและเยื่อใยอยู0สูง จากผลวิเคราะหS มีวัตถุแห=ง 31.00% โปรตีน 4.20% เยื่อใย (NDF) 57.8% เนื่องจากต=นข=าวโพดหวานมีปริมาณค0อนข=างมากในช0วงฤดูฝน ซึ่งมีหญ=าอุดม สมบูรณS เกษตรกรอาจเก็บถนอมต=นข=าวโพดไว=ในรูปของการหมัก และเก็บไว=ใช=ในยามขาดแคลน ก็จะเปcน ประโยชนSในการใช=เลี้ยงสัตวSได=เช0นกัน 4. เปลือกสับปะรด สับปะรดเปcนพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่ง แหล0งปลูกสับปะรดส0วนใหญ0อยู0ใน ภาคกลางตอนล0าง, ภาคตะวันออก และภาคเหนือของไทย เกษตรกรจะขายสับปะรดให=โรงงาน ซึ่งจะนำไป แปรรูปเปcนสับปะรดกระป‰อง น้ำผลไม= จึงมีส0วนเศษเหลือที่เปcนเปลือกและแกนสับปะรดรวมแล=วมีมากถึง 60- 80% ของผลสับปะรด เศษเหลือเหล0านี้ปIจจุบันเปcนที่ต=องการของเกษตรกรผู=เลี้ยงสัตวS เพราะใช=เศษเหลือคือ เปลือกและแกนสับปะรดนี้ไปใช=เลี้ยงสัตวSกันมาก โดยเฉพาะผู=เลี้ยงโคเปcนอาชีพ เช0น โคขุน ดังนั้นปIจจุบัน เปลือกสับปะรด จึงสามารถทำรายได=ให=กับโรงงานอีกทางหนึ่ง คุณค0าทางอาหาร แกนและเปลือกสับปะรดมี คุณค0าทางอาหารค0อนข=างดี กล0าวคือ มีโปรตีน 6.90% โภชนะย0อยได= 71.00% ของน้ำหนักแห=ง แต0มีความชื้น สูงถึง 90% และมีสภาพเปcนกรดสูงโดยเฉพาะเมื่อผลิตมาสด ๆ จากโรงงาน 5. ยอดอ=อย เปcนเศษเหลือจากการปลูกอ=อยส0งโรงงาน หลังเก็บเกี่ยวจะมีผลพลอยได=ไว=ใช=เลี้ยงสัตวS หลายชนิด คือ ยอดอ=อย, ชานอ=อย และกากน้ำตาล ยอดอ=อยนั้นสามารถใช=เปcนอาหารหยาบเลี้ยงสัตวSได=เลย

RkJQdWJsaXNoZXIy Mzk3MzI3